ั้นจะได้ดูแลพวกเราอย่างไรล่ะเจ้าคะ” จางซิ่วเอ๋อกล่าวยิ้ม ๆ
บัณฑิตจ้าวพยักหน้าและเริ่มกินข้าว แต่เขากินอาหารที่เป็นผักมากกว่าอาหารที่เป็นเนื้อ
จางซิ่วเอ๋อเห็นแล้วไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี นึกในใจแค่ว่าเดี๋ยวพอกินข้าวด้วยกันนานวันเข้า สุดท้ายบัณฑิตจ้าวก็คุ้นชินแล้วจะได้ไม่ต้องเก้อเขินอยู่แบบนี้
แต่ไม่ว่าอย่างไรบัณฑิตจ้าวก็ได้กินอิ่มที่บ้านจางซิ่วเอ๋อ
นี่เขาพยายามควบคุมสุดขีดแล้วนะ ถ้าไม่ควบคุมเขาต้องกินจนจุกแน่
ต่อให้เป็นผักที่จางซิ่วเอ๋อผัดยังอร่อยเป็นพิเศษ ไม่เหมือนที่บ้านบัณฑิตจ้าว นอกจากจะเสียดายไม่กล้าใส่น้ำมันแล้ว แม้แต่เกลือก็เสียดายไม่กล้าใส่
และฝีมือจ้าวเอ้อร์หลางนั้นจำกัด ปกติไม่ว่าที่บ้านมีอะไรเขาจะเอามาต้มอยู่ในหม้อเดียวกันทั้งหมด กินไปทั้งน้ำ
แค่กินอิ่มยังเป็นปัญหา สำหรับตระกูลจ้าวแล้ว การกินดีนับเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
หลังกินอิ่มแล้ว บัณฑิตจ้าวจึงหยิบเอาอุปกรณ์ที่ตัวเองเอามาใช้เรียนหนังสือออกมาเนื่องจากกระดาษและพู่กันแพงเกินไป บัณฑิตจ้าวเองก็ไม่มีของพวกนี้ เขามีเพียงหนังสือที่เก็บไว้นานจนเหลืองแต่ด้วยความที่เมื่อก่อนเคยสอนจ้าวเอ้อร์หลางอ่านหนังสือ บัณฑิตจ้าวเคยตีกล่องไม้ที่ใส่ทรายได้ บรรจุทรายลงไปในนั้น แล้วใช้กิ่งไม้เขียนหนังสือบนนั้นได้ ใช้อย่างไรก็ไม่พังและไม่ต้องเสียเงินวันนี้บัณฑิตจ้าวและจ้าวเอ้อร์หลางจึงตีกล่องไม้อย่างนี้ออกมาสามกล่องอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามพี่น้อ