เพราะเมื่อครู่ได้รับความขุ่นเคืองใจมาจากสวี่อวิ๋นซานแน่ ๆ ถึงได้มาระบายอารมณ์ใส่ตน
ถึงแม้เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับนางอยู่หน่อย ๆ แต่จางซิ่วเอ๋อไม่อยากแบกความผิดนี้ไว้หรอกนะ
บวกกับหลีฮวามาหาเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า จางซิ่วเอ๋อสุดจะทนแล้วจริง ๆ
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงเย็น “ข้าทำไม? เจ้าพูดมาสิว่าข้าทำไม?”
“เจ้าไม่มีปัญญาจับผู้ชายเลยมาหาเรื่องข้า!” คำพูดจางซิ่วเอ๋อคมกริบแทงเข้าไปในใจของหลีฮวา
“ถ้าเจ้าไม่มายั่วยวนพี่ข้า! พี่ข้าจะไม่เอาข้ารึ? เป็นความผิดของนังจิ้งจอกนังสำส่อนอย่างเจ้าทั้งหมด!” หลีฮวากัดฟันกรอดจางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “แหม พูดอย่างกับเจ้าไม่เคยยั่วยวนพี่เจ้า! ข้าจะบอกให้นะ ข้าไม่เคยยั่วอะไรพี่เจ้าเลย พี่เจ้าก็มาเสนอหน้าให้ข้าเอง! แต่เจ้าไม่เหมือนกัน ยั่วยวนเขาตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นเขาจะหวั่นไหวกับเจ้าเลย”“ข้าว่าเจ้าก็หน้าตาใช้ได้ ทำไมถึงไม่มีใครชอบล่ะ?” จางซิ่วเอ๋อเยาะเย้ยหลีฮวาฟังมาถึงตรงนี้ก็โมโหเหมือนแม่ไก่ขนพอง “จางซิ่วเอ๋อ! เจ้ามันหน้าด้าน!”“ข้าหน้าด้าน? ถ้าข้าหน้าด้านเจ้าคงหน้าสองชั้น หนังสองชั้นนี่ข้าว่าด้านยิ่งกว่าหนังหมูอีก ไม่อย่างนั้นทำไมสวี่อวิ๋นซานไม่ชอบเจ้าแต่เจ้ายังเสนอหน้าเข้าไปหน้าด้าน ๆ อีก?” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียงเมื่อก่อนนางไม่อยากถือสาหลีฮวา ถ้าจะให้ด่าจริง ๆ จางซิ่วเอ๋อคิดว่าตัวเองอาจจะไม่ใช่คู่มือของแม่เฒ่าจาง แต่กับหญ้าอ่อนอย่างหลีฮวานั้นง่ายยิ่งนักหลีฮวาได้ยินค