น่นอน!”ให้ซานหยาอยู่ที่บ้านตระกูลจางต่อ ต้องลำบากยังไม่เท่าไหร่ นางกลัวว่าวันไหนแม่เฒ่าจางจะขายจางซานหยาเพื่อเงินหรือเปล่าอย่างไรเสียนางก็เคยโดนขายมาก่อน ชุนเถาก็เช่นกันจางซิ่วเอ๋อหิ้วตะกร้าพลางกล่าว “ไปตัดหญ้ากันก่อนเถอะ”จางซิ่วเอ๋อหาบริเวณที่หญ้าขึ้นมาก นางตัดหญ้าอยู่ข้างหน้า จางชุนเถาเก็บหญ้าที่นางตัดอยู่ข้างหลังและเอามากองรวมกันสองพี่น้องช่วยกัน ทำงานเร็วกว่าจางซานหยาที่แขนเล็กขาเล็กไม่รู้ตั้งเท่าไรประมาณหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองก็ตัดหญ้าที่พอต้องการแต่นอกจากหญ้า ทั้งสองต้องขุดผักป่ามาด้วย เพราะเป็นสิ่งที่จางซานหยาต้องทำทุกวันเหมือนกันพอถึงเวลาเที่ยง ทั้งสองคนยังทำไม่เสร็จ จึงกินของที่เอามาให้จางซานหยาไปก่อนจางซิ่วเอ๋อนึกเสียใจทีหลัง ตอนจางซานหยามานางเอาแต่โมโห ไม่ทันได้นำของนี่ให้จางซานหยา ไม่รู้ว่านางรู้จักหาของกินเองไหม?พอคิดได้แบบนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ทำงานเร็วขึ้นในที่สุดทั้งสองก็ทำเสร็จเมื่อถึงเวลาบ่าย นี่ถ้าจางซานหยาทำคนเดียว คงต้องทำทั้งวันจนถึงดึกตอนลงเขาจางซิ่วเอ๋อเจอคนคุ้นหน้าคนหนึ่งซึ่งก็คือสวี่อวิ๋นซานที่สะพายคันธนู ในมือหิ้วกระต่ายสองตัวพอจางซิ่วเอ๋อเห็นสวี่อวิ๋นซานก็นึกถึงเรื่องที่เมื่อวานสวี่อวิ๋นซานออกตัวให้ บวกกับต้องการทำให้มั่นใจว่าความเปลี่ยนแปลงที่บ้านเป็นฝีมือสวี่อวิ๋นซานหรือเปล่า จึงเอ่ยขึ้น “สวี่อวิ๋นซาน เจ้ารอก่อน”สวี่อวิ๋นซานชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ก่