งเกินหูครึ่งเซียนไม่เป็นผลดีสำหรับพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ฝูงชนที่เมื่อครู่ยังฮึกเหิมอยู่ก็สงบลง
ส่วนแม่เฒ่าจางนึกถึงประสบการณ์ตัวเองที่บ้านผีสิงแล้วเย็นวาบไปทั้งหลัง ไม่กล้าไปขอเงินหูครึ่งเซียนแล้ว
หูครึ่งเซียนฉวยโอกาสนี้รีบพาลูกชายตัวเองเดินออกไปข้างนอก
เขากลัวจริง ๆ ว่าอีกสักพักคนหมู่บ้านชิงสือจะรุมประชาทัณฑ์พวกเขา!
ตอนที่หูครึ่งเซียนไป เขามองท่านหมอเมิ่งและแค่นเสียง “เจ้าหนุ่ม! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
จางซิ่วเอ๋อเห็นแบบนั้นก็ส่งสายตาขอโทษไปหาท่านหมอเมิ่ง วันนี้เขาต้องมาติดร่างแหไปด้วยเพราะเรื่องของนางแท้ ๆ
ตัวนางเองโดนแค้นไม่เท่าไหร่ แต่ท่านหมอเมิ่งเป็นคนมีไมตรีกับผู้อื่นมาตลอด ตอนนี้ต้องมาซวยซะงั้น
นางจึงนึกในใจว่าต้องหาโอกาสขอบคุณท่านหมอเมิ่งให้ได้
“เอาล่ะ ๆ! ในเมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลายแล้ว หลังจากนี้ทุกคนก็อย่าเห็นลมแล้วตีโพยตีพายว่าฝนจะมาอีก ซิ่วเอ๋ออยู่กับชุนเถาสองคนลำบากอยู่แล้ว! พวกเจ้าเพลา ๆ บ้างเถอะ!” ผู้ใหญ่บ้านซ่งขมวดคิ้วกล่าว
เวลานี้ท่านหมอเมิ่งรู้ต้นสายปลายเหตุจากปากคนรอบ ๆ แล้ว เขาจึงมีใจจะไปปลอบจางซิ่วเอ๋อ แต่พอเห็นจางซิ่วเอ๋อยืนอยู่ด้วยสีหน้าไร้ความหวั่นไหว ท่านหมอเมิ่งก็รู้ว่าไม่ต้องห่วงจางซิ่วเอ๋อในตอนนี้
อีกอย่าง คนมากมายขนาดนี้ เขาที่เป็นพ่อม่ายก็ไม่ควรไปใกล้ชิดจางซิ่วเอ๋อมากนัก
ท่านหมอเมิ่งส่งยิ้มให้จางซิ่วเอ๋อจากที่ไกล ๆ เป็นอันว่าให้จางซิ่วเอ๋อสบายใจ ตัวเองไม่ถือเร