นเลย ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เราไปที่โรงยาหุยชุนในตัวเมืองก็ได้”
ผู้ใหญ่บ้านซ่งกลับเอ่ยขึ้นในตอนนี้ “จะทำให้ยุ่งยากขนาดนั้นไปทำไม? วันนี้ข้าเชิญท่านหมอเมิ่งมารักษาหลานคนเล็กข้า เดี๋ยวให้ท่านหมอเมิ่งมาดูก็จบ”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็รีบบอก “ถ้าท่านหมอเมิ่งมา พวกท่านไม่ต้องเล่าเรื่องวันนี้ให้ท่านหมอเมิ่งฟังนะเจ้าคะ ให้เขาดูกับตาเลย! เดี๋ยวถึงเวลาก็มีคนหาว่าท่านหมอเมิ่งเข้าข้างข้าอีก!”
น้ำเสียงจางซิ่วเอ๋อติดประชดประชันเล็กน้อย “ข้าเป็นแค่แม่ม่าย ต้องใช้ชีวิตกับน้องสาวมันไม่ง่ายอยู่แล้ว ข้าหวังว่าจะไม่มีใครใส่ร้ายป้ายสีข้ามั่ว ๆ!”
ทุกคนได้ฟังคำพูดจางซิ่วเอ๋อก็เริ่มนึกในใจ
ไหนบอกว่าจางซิ่วเอ๋อมีความสัมพันธ์กับท่านหมอเมิ่งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเวลาแบบนี้จางซิ่วเอ๋อต้องตีตัวออกห่างด้วย
ถ้ามีความสัมพันธ์กันจริง ๆ จางซิ่วเอ๋อแค่อธิบายเรื่องราว ท่านหมอเมิ่งต้องเข้าข้างจางซิ่วเอ๋ออยู่แล้ว……
จางซิ่วเอ๋อที่เป็นแบบนี้ทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกว่านางสง่าผ่าเผย ไม่มีลับลมคมในกับท่านหมอเมิ่งแต่อย่างใด
“นี่ พวกเจ้าดูสิ ที่เดินมานั่นท่านหมอเมิ่งใช่ไหม?” คนผู้หนึ่งตะโกน
สวี่อวิ๋นซานมองทะลุผ่านฝูงชนไปที่ท่านหมอเมิ่ง
วันนี้ท่านหมอเมิ่งใส่ชุดสีเทา เสื้อผ้าเรียบง่ายแบบนี้พออยู่บนตัวเขากลับให้ความรู้สึกสงบ ถึงเขาไม่ได้มีหน้าตาโดดเด่นมากนัก แต่เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ
สวี่อวิ๋นซานนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับจางซิ่วเอ๋อและท่านหมอเมิ่งในช่ว