ี่ข้าคิดจริง ๆ แม่นางคนนี้ถูกวิญญาณร้ายพัวพัน นางผสานเป็นหนึ่งกับวิญญาณร้ายไปแล้ว ข้าต้องหาวิธีแยกพวกนางออกจากกันแล้วกำจัด! มิฉะนั้นจะต้องกลายเป็นภัยร้ายในอนาคตอย่างแน่นอน!”
จางซิ่วเอ๋อฟังมาถึงตรงนี้ก็ถึงบางอ้อ สรุปนี่ไม่ใช่พิธีไล่ผีที่หมู่บ้านชิงสือจัดขึ้นหรอก ไอ้ครึ่งเซียนอะไรนี่พุ่งเป้ามาที่ตัวนางเองชัด ๆ!
จางซิ่วเอ๋อไม่รู้ยังพอทนได้ แต่นี่รู้แล้ว จะทนต่ออย่างไรไหว?
พยัคฆ์ไม่สำแดงฤทธิ์ คนจะนึกว่าเป็นแมว?
จางซิ่วเอ๋อกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาเย็นเยียบ นางพบว่าถึงผู้คนจะมามุงกันมากมาย แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร แค่มาดูเรื่องสนุกเฉย ๆ คนต้นตอจริง ๆ คือคนตระกูลจางที่อยู่ในฝูงชน
คิดแล้วก็ยิ่งใช่ ต่อให้คนในหมู่บ้านไม่ชอบนาง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตามใครมาจัดการนางนี่ อย่างไรเสียการเชิญซินแสนั้นต้องใช้เงิน
ขณะนั้นหูครึ่งเซียนหยิบเชือกสีแดงออกมาหนึ่งเส้นยื่นให้ลูกชายที่ชื่อว่าหูเปียว
“หูเปียว! เอาเชือกนี่ไปรัดขาแม่นางคนนั้นไว้! ข้าจะทำพิธีไล่ผีให้!” หูครึ่งเซียนสั่ง
จางซิ่วเอ๋อหน้าเย็นเยียบ ไอ้เรื่องไล่ผีอะไรนั่นยังไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าวันนี้โดนหูเปียวมัดขากลางวันแสก ๆ แบบนี้ อีกหน่อยจะมีหน้าไปพบใครได้? ชื่อเสียงป่นปี้หมด!
นางไม่ได้แยแสอะไรชื่อเสียงนักหรอก แต่ไม่ได้หมายความว่านางไม่แยแสที่จู่ ๆ ก็โดนคนอื่นทำลายชื่อเสียง
คิดได้ดังนั้นจางซิ่วเอ๋อก็ชี้หูครึ่งเซียนและก่นด่า “หูครึ่งเซียนใช่ไหม?