เจ้าจะเป็นแม่ม่าย แต่บ้านสามียังอยู่…..” กู่อวี๋ถามอย่างไม่เข้าใจ
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ “ข้าเป็นคนดวงกินสามี แถมกินดวงคุณนายเฒ่าจนตายไปด้วย ต่อให้พวกเขาหายโกรธแล้วก็คงไม่ใช้ชีวิตกับข้าหรอก ที่ครั้งนี้ทำดีกับข้าก็คงเพราะอยากให้ข้าตั้งป้ายวิญญาณให้คุณชายเนี่ย”
ทุกคนได้ฟังก็ถึงบางอ้อ
ก็ว่าอยู่ ต่อให้จางซิ่วเอ๋อมีความสัมพันธ์กับพวกกุ๊ยในหมู่บ้าน ก็ไม่มีทางมีเงินซื้อของกินในอิ๋งเค่อจวีหรอก
กุ๊ยพวกนั้นเป็นอย่างไรมีใครไม่รู้บ้าง? อย่างมากก็ให้เงินจางซิ่วเอ๋อไม่กี่เหรียญ ขนาดตัวเองยังไม่มีเงินเข้าอิ๋งเค่อจวีเลย
ที่จางซิ่วเอ๋อพูดก็สมเหตุสมผล
จางซิ่วเอ๋อแค่ตอบตามน้ำไปเท่านั้น นางไม่อยากให้ใครรู้ข้อตกลงระหว่างตนกับโรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวี ตอนนี้นางไม่มีความสามารถพอในการรักษาสูตรเครื่องเทศนี้ไว้ ถ้าคนพวกนี้รู้ว่าตัวเองมีของที่ขายได้เดือนละ 4 ตำลึงเงิน ก็ไม่รู้ว่าจะวางแผนอะไรบ้าง
แต่พอพูดออกไปแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็อดคิดหนักกว่าเดิมไม่ได้
นางหรี่ตาเล็กน้อยวางแผนในใจ ตัวเองน่าจะตั้งป้ายวิญญาณให้ไอ้คนอายุสั้นตระกูลเนี่ยนั่นจริง ๆ เสียที แน่นอนว่าในใจนางไม่ได้เห็นคนอายุสั้นนั่นเป็นสามีจริง ๆ หรอก
แต่ตอนนี้คนอายุสั้นนั่นเป็นเหมือนเกราะป้องกันให้นางได้
การที่นางตั้งป้ายวิญญาณของคนอายุสั้นนั่นในบ้านก็เป็นการบอกคนพวกนี้ว่า ถึงแม้ตนจะเป็นแม่ม่ายแถมตระกูลเนี่ยยังไม่รับตัวกลับไป แต่พวกเขาก็ยังนับตนเป็นลูกสะใภ้อยู่