ไม่อย่างนั้นจะให้ตั้งป้ายวิญญาณทำไม?
ถึงตอนนั้นคนพวกนั้นย่อมไม่กล้ามาหาเรื่องนางสุ่มสี่สุ่มห้า
โดยเฉพาะพวกที่ชอบแต่งเรื่องที่ต้องเพลา ๆ ลงหน่อย พวกเขาไม่กลัวนางก็ต้องกลัวตระกูลเนี่ยบ้างแหละ
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่เลิศเลอสุด ๆ
ถึงแม้คนอายุสั้นจะตายไปแล้ว แต่ต้นไม้ใหญ่อย่างตระกูลเนี่ยยังไม่ล้มนี่ โบราณว่าไว้ว่าใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นร่มเย็น ในเมื่อนางมีคุณลักษณะแบบนี้ก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย
ส่วนตระกูลเนี่ย เฮอะ! ต่อให้รู้แล้วจะทำไม?
จะมาพังป้ายวิญญาณที่บ้านนางหรืออย่างไร?
อย่างไรเสียนั่นก็เป็นป้ายวิญญาณของคนอายุสั้นนั่นนะ ต่อให้พวกเขาไม่ซาบซึ้ง ก็คงไม่ทำอะไรนางหรอก
กลิ่นหอมชวนรับประทานโชยออกมาจากกล่องอาหารไม่หยุด จนคนบนรถลากพากันกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาแล้วเปิดกล่องอาหารออก นางจำได้ว่าข้างบนสุดเป็นไก่ย่าง จากนั้นไก่ย่างสีทองอร่ามก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
จางซิ่วเอ๋อฉีกน่องไก่ออกมา
คนบนรถม้านึกเคือง ยิ่งใหญ่นักรึ? ก็แค่ไก่ย่าง จำเป็นต้องกินต่อหน้าทุกคนด้วยเหรอ?
หลังจากที่จางซิ่วเอ๋อฉีกน่องไก่และจัดวางเรียบร้อย ก็ยิ้มและฉีกไก่ทั้งตัวออก นางนับจำนวนคนบนนี้ เมื่อมั่นใจแล้วว่าทุกคนได้กันหมด จึงผลักจานออกไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม “จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ทุกคนคงหิวกันแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
ตอนเที่ยงทุกคนยังซื้อของกินข้างนอกได้ แต่ตอนเย็นต้องกลับไปกินข้าว