้ากลัวพวกท่านจะคิดว่าไม่ดีเสียอีก”
“ดีสิ ดี จะไม่ดีได้อย่างไรกัน?” เถ้าแก่รีบเอ่ยปากชม
“แล้วยังไงต่อหรือเจ้าคะ?” จางซิ่วเอ๋อไม่ได้ตัวลอยเพราะคำเยินยอจากเถ้าแก่ แต่ไล่ถามต่อ
เถ้าแก่อึ้ง เขานึกว่าจางซิ่วเอ๋อจะคล้อยตามเขา คิดไม่ถึงว่าจางซิ่วเอ๋อกลับไม่พูดอะไรที่ก่อประโยชน์กับเขาเลย เป็นผลให้เถ้าแก่มองจางซิ่วเอ๋อดีขึ้น ดูท่าจะหลอกล่อนางหนูนี่ไม่ง่ายเสียแล้ว!
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็จำต้องกล่าวต่อ “คืออย่างนี้ ข้าอยากถามว่าเจ้าใช้อะไรทำเครื่องเทศนั่น? สูตรของมันคืออะไรเหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็มีสีหน้ามืดครึ้ม
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวีรีบเอ่ยเสริม “ข้าไม่ได้ขอเฉย ๆ นะ ข้าจะให้เงินเจ้าด้วย”
จางซิ่วเอ๋อตอบด้วยรอยยิ้มจาง “ไม่ทราบว่าท่านจะให้เท่าไหร่หรือ?”
เถ้าแก่อิ๋งเค่อจวียิ้มแห้ง แล้วกล่าว “ 50 ตำลึงเป็นอย่างไร? แต่มีเงื่อนไขคือเจ้าห้ามขายสูตรนี้ให้ผู้อื่น”
จางซิ่วเอ๋อมองเถ้าแก่อิ๋งเค่อจวีอย่างนึกขำ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป เดินไปพลางก็พูดไปพลาง “ที่บ้านข้ามีธุระ ข้าไม่คุยเล่นหัวกับท่านที่นี่แล้ว”
ก็ใช่น่ะสิ จางซิ่วเอ๋อคิดว่า 50 ตำลึงนี่เป็นเรื่องตลกชัด ๆ
เถ้าแก่เห็นจางซิ่วเอ๋อจะไปก็ร้อนใจ รีบเอื้อมมือไปขวาง
จางซิ่วเอ๋อเลิกคิ้ว “ทำไมเหรอ? หรือท่านจะบังคับให้ข้าขาย?”
เถ้าแก่รีบบอก “ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น”
จางซิ่วเอ๋อยิ้มบาง “ท่านไม่ได้หมายความแบบนั้นก็ดี ถ้าข้าไม่พอใจหรือเกิดอะไรขึ้น ไม่