ู้ว่าใครกันแน่ที่ปล่อยข่าวพวกนี้ มาทะเลาะกับพวกที่ฟังเขาพูดมาอีกทีแล้วก็เอาไปเล่าต่อตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ และอาจจะทำให้คนพวกนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ยังดีที่บนรถไม่มีคนแบบแม่หลิน คนพวกนี้จึงแค่นินทา ไม่ได้เข้ามาชวนทะเลาะ
ทันทีที่จางซิ่วเอ๋อเข้าเมือง นางก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล อย่างกับมีคนสะกดรอยตามตน
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้ว หรือมีใครหมายหัวนาง?
แต่วันนี้นอกจากเหรียญค่านั่งรถ นางก็ไม่ได้เอาอะไรมาเลย ตั้งใจจะขายปลากับเครื่องเทศให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปซื้อของที่ต้องการซื้อ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
จางซิ่วเอ๋อตัดสินใจว่าจะรีบเอาของไปขายแล้วรีบกลับ ถึงแม้ยังไม่มั่นใจนักว่าความรู้สึกแปลก ๆ นั้นเป็นการคิดไปเองหรือไม่ แต่ก็ไม่สบายใจอยู่ดี
หารู้ไม่ ตอนที่นางกำลังไปโรงเตี๊ยมฝูหยวนและจะเดินเข้าประตูไปอยู่แล้ว กลับถูกขวางไว้
จางซิ่วเอ๋อจำคนผู้นี้ได้ เขาคือเสี่ยวเอ้อที่โรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวี ก็คือคนที่คราวก่อนดูถูกนาง
แต่จางซิ่วเอ๋อตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้จักคนผู้นี้ จึงเอ่ยขึ้น “เจ้าเป็นใคร? ขวางข้าทำไม?”
“แม่นางเถาฮวา! ข้าขออภัยได้หรือไม่? เจ้าอย่าไปโรงเตี๊ยมฝูหยวนเลยนะ ถ้าวันนี้เจ้าเข้าโรงเตี๊ยมฝูหยวนไป เถ้าแก่ตีข้าขาหักแน่!” เสี่ยวเอ้อพูดอย่างน่าสงสาร แทบจะเช็ดน้ำตา
จางซิ่วเอ๋ออึ้ง นี่มันเรื่องอะไร? ไม่ได้มาหาเรื่องเอาคืนหรอกเหรอ?
จางซิ่วเอ๋อดึงแขนเสื้อตัวเองออกจากมือเสี่ยวเอ้อ “เจ้าอย่ามายื้อยุดข้าน