้วพูดขึ้น “พี่ใหญ่ ทำไมวันนี้พี่ทำข้าวต้มไว้แค่นี้ล่ะ?” อืม ถึงจะบอกว่าสองพี่น้องกินกันพอ แต่ก็แตกต่างจากปกติ
จางชุนเถาไม่ได้พูดแค่ครั้งสองครั้งว่าจางซิ่วเอ๋อทำอาหารเช้าเยอะไป กินหมดก็จริง แต่กินข้าวเช้าเยอะไปก็เปล่าประโยชน์
แต่จางซิ่วเอ๋อเอาแต่ย้ำว่าข้าวเช้าต้องกินให้อิ่ม ไม่ฟังนางเลยสักนิด ตอนนี้จางชุนเถาจึงได้ถามด้วยความแปลกใจ
จางซิ่วเอ๋อมองข้าวต้มในถ้วยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “วันนี้ข้าอยากกินอะไรอ่อน ๆ เลยทำไว้ไม่น้อย แต่ตอนที่เราสองคนทำงานอยู่หลังบ้าน น้ำในหม้อระเหยน่ะ”
จางชุนเถาได้คำตอบแล้วก็ไม่ถามอะไรอีก นางกล่าวยิ้ม ๆ “ข้าว่าประมาณนี้กำลังดี วันหลังมื้อเช้าเรากินกันเท่านี้ก็พอ”
กับพฤติกรรมเอาแต่จะประหยัดของกินของจางชุนเถา จางซิ่วเอ๋อก็ได้แต่เมินเฉย
ตอนนี้จะประหยัดเรื่องเสื้อผ้าหรือเรื่องอื่น ๆ ก็ได้ แต่แค่เรื่องกินที่ไม่ได้
ตอนนี้เป้าหมายหลักของนางคือขุนพวกนางสามพี่น้องและแม่ผู้รันทดให้มีเนื้อมีหนังขึ้น
คนเกะกะไปแล้ว จางซิ่วเอ๋อรู้สึกโล่งใจสุด ๆ อย่าบอกใคร
ถึงขนาดมีแรงทำงานตอนเช้าด้วย
หลังทำงานเสร็จแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็ถือตะกร้าไผ่อันเล็กและหาเห็ดในป่ารอบ ๆ บ้าน
ในป่าแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นต้นหยางและต้นสน มีต้นหลิวบ้างประปราย เป็นพรรณไม้ที่เห็ดขึ้นง่าย
เมื่อคืนฝนตก วันนี้แดดออก ใต้ต้นไม้ต้องมีเห็ดไม่น้อยแน่ ๆ
จางซิ่วเอ๋อเลือกเก็บเห็ดเฉพาะที่ตัวเองรู้จัก ส่วนที่ตัวเองไม่รู้จักไม่เก