เสียฐานะของทั้งสองคนก็ง่ายที่จะตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่แล้ว
จางซิ่วเอ๋อยัดแผ่นแป้งสองแผ่นใส่มือจ้าวเอ้อร์หลาง และพูดกับเขา “เอ้อร์หลาง แผ่นแป้งสองชิ้นนี้ให้พวกเจ้า ทำจากผักป่า คงไม่รังเกียจกันนะ”
จ้าวเอ้อร์หลางเห็นแผ่นแป้งสองแผ่นนี้แต่แรกแล้ว แต่ไม่กล้ามองบ่อยนัก ด้วยกลัวตัวเองจะน้ำลายไหล
จู่ ๆ ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อกลับเอาแผ่นแป้งให้เขา จ้าวเอ้อร์หลางจึงตอบสนองโดยพูดอย่างร้อนใจ “พี่ซิ่วเอ๋อ แผ่นแป้งนี่ข้าไม่เอา พี่เอากลับไปเถอะ”
จางซิ่วเอ๋อคิดในใจว่าจ้าวเอ้อร์หลางคงมีนิสัยเหมือนบัณฑิตจ้าว ไม่ยอมรับการช่วยเหลือจากคนอื่นง่าย ๆ คนทระนงแบบนี้หาได้ยาก แต่ถ้าทระนงเกินไปก็ไม่ดีกับพวกเขาเท่าไรนัก
จางซิ่วเอ๋อจึงพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ไม่พูดถึงเรื่องที่เจ้าอายุยังน้อย ที่หากเจ้าอดข้าวล่ะก็จะตัวไม่สูง ลำพังเพียงพ่อเจ้า เจ้าทำใจให้พ่อเจ้ากินไม่อิ่มได้เหรอ? อีกอย่างของที่ข้าเอามาให้ก็ไม่ใช่ของดีอะไร ถ้าเจ้าไม่เอาก็แปลว่าดูหมิ่นของพวกนี้ เช่นนั้นข้าจะโกรธแล้วนะ”
จ้าวเอ้อร์หลางตกใจ กินไม่อิ่มแล้วตัวจะไม่สูงเหรอ? ตัวไม่สูงแล้วอีกหน่อยจะเป็นเสาหลักของครอบครัวได้อย่างไร?
เขากระวนกระวายนิดหน่อย “พี่ซิ่วเอ๋อ ท่านอย่าโกรธนะ….”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เอาของพวกนี้ไป พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน เอาของมาให้กันก็เป็นเรื่องปกติ วันหน้าข้าอาจจะมีเรื่องให้เจ้าช่วยก็ได้ ถึงตอนนั้นเจ้าอย่าปฏิเสธแล้วกัน” จางซิ่วเอ๋อยิ้มตาหยี
จ