นเงินออกมา และวางปิ่นเงินบนโต๊ะ
ปิ่นเงินสองอันส่องประกายระยิบระยับ ที่หัวปิ่นมีดอกไม้ใยเงิน ด้านในดอกไม้ฝังหินหลิวหลีสีชมพูไว้
ปิ่นเงินสองอันนี้ใช้วัสดุเหมือนกันหมด ราคาก็เท่ากัน อย่างเดียวที่ต่างกันคือดอกไม้ใยเงิน ชิ้นนึงใหญ่กว่าหน่อย กลีบดอกไม้ที่ใหญ่กว่าล้อมเป็นวงกลม อีกชิ้นดูอันเล็กจิ้มลิ้ม แต่ถ้าดูดี ๆ จะเห็นว่าซ้อนกลีบดอกไม้ไว้สองชั้น สวยงามมากเช่นกัน
จางชุนเถามองของพวกนี้แล้วอึ้งไป สีหน้าแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย “พี่ ท่านซื้อของพวกนี้ทำไมกัน บ้านเรา….”
จางชุนเถาใช้ชีวิตลำบากจนชิน ถึงแม้จะชอบพวกปิ่นมาก แต่นางก็ไม่อยากเอาตำลึงเงินไปซื้อ สู้เก็บเงินไว้ยังจะดีกว่า แต่ก็คิดไปว่าตำลึงพวกนี้พี่ใหญ่เป็นคนหามา นางเอาแต่ยุ่งคงไม่ดี
อีกอย่างปิ่นแบบนี้ก็ดีเหมือยกัน ถ้าจนกันขึ้นมาอีกจะได้เอาไปแลกตำลึงเงินได้
ส่วนจางซานหยาก็มีสายตาอยากได้ แต่นางกระพริบตาปริบ ๆ และพบว่ามีปิ่นแค่สองอัน แววตาผิดหวังเล็กน้อย
ตอนนี้นางไม่ได้ใช้ชีวิตกับพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ให้นางได้กินของดี ๆ บ่อยก็ดีมากแล้ว จะอยากได้ของอย่างอื่นได้อย่างไรกัน
จางซิ่วเอ๋อกลับเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “ชุนเถา ซานหยา พวกเจ้าเอาปิ่นนี่ไปคนละอัน คุยกันเองว่าใครจะเอาอันไหน อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องกัน วันหลังสลับกันใส่ก็ได้”
จางซานหยาถามด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “พี่ใหญ่ พี่จะบอกว่าข้าก็มีเหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อมองจางซานหยาด้วยสีหน้าอ่อนโยน ยื่นมือไปลูบผมแห้งก