กรงใจกันเลย” จางซิ่วเอ๋อบอกยิ้ม ๆจางซิ่วเอ๋อรู้ว่าบัณฑิตจ้าวเป็นคนมีการศึกษา มีความทะนงตนของบัณฑิตอยู่ในตัว คงไม่ยอมรับการช่วยเหลือที่คล้ายการทำทานแบบนี้ง่าย ๆ นางจึงเอ่ยต่อ “หรือท่านรังเกียจที่ข้าอาศัยอยู่ในบ้านผีสิง? จึงไม่อยากนับข้าเป็นเพื่อนบ้านกัน?”บัณฑิตจ้าวตื่นตระหนกและรีบเอ่ยขึ้น “ไม่….ไม่ใช่แบบนั้น”จางซิ่วเอ๋อนิ่งไปและพูดต่อ “อีกอย่าง เมื่อวานเอ้อร์หลางช่วยข้าไว้มากเลยล่ะเจ้าค่ะ”“ช่วยเหรอ?” บัณฑิตจ้าวมองจ้าวเอ้อร์หลางอย่างสงสัยจ้าวเอ้อร์หลางถึงได้เล่าเรื่องเมื่อวานให้บัณฑิตจ้าวด้วยเสียงอันเบาจางซิ่วเอ๋อตกตะลึงและถึงบางอ้อว่าที่แท้บัณฑิตจ้าวไม่รู้ นางจึงกังวลในใจอยู่นิดหน่อยว่าบัณฑิตจ้าวจะตำหนิจ้าวเอ้อร์หลางว่าจุ้นไม่เข้าเรื่องคิดไม่ถึงว่าบัณฑิตจ้าวหลังมีรอยยิ้มระบายบนใบหน้า เขากล่าวยิ้ม ๆ “เอ้อร์หลาง เรื่องนี้เจ้าทำได้ดีมาก!”จ้าวเอ้อร์หลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นเพราะท่านพ่อสอนข้ามาดีมากกว่าขอรับ”จางซิ่วเอ๋อเห็นภาพนี้ก็รำพึงกับตัวเองในใจ อย่างไรเสียก็เป็นบ้านคนมีการศึกษา นิสัยใจคอช่างดีจริง ๆจ้าวเอ้อร์หลางเห็นอาหารที่จางซิ่วเอ๋อเอาออกมาก็กลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความต้องการของตัวเอง เขากินไม่อิ่มมานานแล้ว บัดนี้เห็นอาหารน่าอร่อยขนาดนี้ จะไม่อยากกินได้อย่างไร?ตัวจางซิ่วเอ๋อเองก็ยังไม่กินข้าว นางจึงพูดยิ้ม ๆ “ข้ายังมีธุระที่บ้านอีก ข้าไปก่อนนะ วันหลังข้ามา