ดมาถึงตรงนี้ก็ส่ายหัวอย่างนึกขบขัน ชีวิตนางในตอนนี้ยังงง ๆ อยู่เลย คิดจะไปช่วยคนอื่นเสียแล้ว ฝันกลางวันจริง ๆ มาคิดเรื่องพวกนี้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ตั้งหน้าตั้งตาทำชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นดีกว่าตอนที่จางซิ่วเอ๋อเดินออกจากบ้านของจ้าวเอ้อร์หลางนั้น แม่หลินกำลังเดินออกจากบ้านพอดี นางที่มีเพลิงโทสะอัดแน่นอยู่ในใจก็ได้หันมองทางบ้านบัณฑิตจ้าวอย่างแค้นเคืองและเอ่ยพึมพำ “ไอ้ขี้โรคนี่ทำไมไม่รีบตาย ๆ ไปเสียที! ไอ้ตัวซวยเล็กนั่นจะได้ไม่เที่ยวพูดเหลวไหลอีก!”แม่หลินคิดอาฆาตแค้นจ้าวเอ้อร์หลางไปแล้ว นางคิดว่าที่จ้าวเอ้อร์หลางทำแบบนี้เพราะบัณฑิตจ้าวสอนให้ทำ จึงพลอยแค้นบัณฑิตจ้าวไปด้วยในตอนนั้นเองนางก็เห็นร่างบางเดินออกจากบ้านของจ้าวเอ้อร์หลาง พอมองดูดี ๆ ดวงตานางก็เป็นประกาย “นั่นคงไม่ใช่จางซิ่วเอ๋อหรอกใช่ไหม?”จากนั้นหน้าตานางก็ดูเหี้ยมเกรียมขึ้น มิน่าล่ะไอ้หนูจ้าวเอ้อร์หลางถึงพูดเข้าข้างจางซิ่วเอ๋อ ที่แท้บัณฑิตจ้าวก็มีความสัมพันธ์กับจางซิ่วเอ๋อนี่เอง!………………………………………………………………………………………………………………………
จางซิ่วเอ๋อมองเด็กคนนี้ในทางที่ค่อนข้างดี เมื่อวันนี้มาเห็นเด็กคนนี้ขยันขันแข็งแบบนี้ก็ยิ่งชอบและนึกเอ็นดูมากขึ้น
จ้าวเอ้อร์หลางก็มองจางซิ่วเอ๋ออย่างพินิจพิเคราะห์ สุดท้ายก็ถามเสียงเบา “พี่ซิ่วเอ๋อ ท่าน…..”
จ้าวเอ้อร์หลางไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก ด้วยไม่รู้ว่าจางซิ่วเอ๋อตั้งใจมาบ้านตนหรือไม่ ตั้งแต่ที่บิด