าป่วย ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียนที่บ้านของเขาแล้ว เพราะกลัวว่าจะติดโรค
แต่จ้าวเอ้อร์หลางอยากจะบอกว่าโรคที่บิดาเป็นอยู่นี้ติดต่อสู่ผู้อื่นไม่ได้ เรื่องนี้ท่านหมอเมิ่งเป็นคนพูดกับปากเอง หากร้ายแรงขนาดนั้นในหมู่บ้านนี้ต้องมีคนเป็นโรคปอดกี่คนกันเล่า?
จางซิ่วเอ๋อรีบคลี่ยิ้ม “พวกเราสองบ้านตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ข้ามาดูที่บ้านเจ้าหน่อย ไม่รู้ว่ารบกวนหรือไม่?”
จ้าวเอ้อร์หลางมีดวงตาเป็นประกาย รีบเปิดประตูใหญ่และเอ่ยขึ้น “ไม่รบกวน ๆ พี่ซิ่วเอ๋อรีบเข้ามาเร็ว”
จ้าวเอ้อร์หลางวางงานในมือตนลงอย่างตื่นเต้น และเรียกจางซิ่วเอ๋อเข้าบ้าน
คนในบ้านได้ยินเสียงจากด้านนอกก็ไออย่างรุนแรงและถามเสียงแผ่ว “เอ้อร์หลาง เจ้ากลับมาแล้วเหรอ?”
จ้าวเอ้อร์หลางพูดกับคนในบ้านเสียงใส “พี่ซิ่วเอ๋อมาเยี่ยมที่บ้านเราขอรับ”
จางซิ่วเอ๋อเม้มปากยิ้ม เดินตามเอ้อร์หลางเข้าไปในบ้าน
บ้านของตระกูลจ้าวดูซอมซ่อมาก แต่ได้รับการปัดกวาดเช็ดถูอย่างสะอาดสะอ้านจนจางซิ่วเอ๋อนึกอุทานในใจ เด็กบ้านจนล้วนรู้เรื่องรู้ราวไวจริง ๆ ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นพวกนางสามพี่น้อง หรือว่าจะเป็นจ้าวเอ้อร์หลางคนนี้ ล้วนเป็นเด็กที่ผ่านความลำบากมาจนชิน
ในห้องมีเตียงกระดานไม้เตียงหนึ่ง มีชายหนุ่มอายุราว ๆ 28-29 ปีนอนตะแคงอยู่บนนั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดมีท่าทางอ่อนแรงเพราะอาการป่วย คนทั้งคนดูโรยราอย่างยิ่ง
นี่คงจะเป็นบัณฑิตจ้าว บิดาของจ้าวเอ้อร์หลาง
คนโบราณแต่ง