ู้ใหญ่บ้านซ่งพูดขึ้นในที่สุด
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมาก็พูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านลุงสวี่ไปเอาตำลึงมาตอนนี้เลย ให้ชาวบ้านทั้งหลายเป็นพยาน ข้าจะได้ใส่ร้ายพวกท่านทีหลังไม่ได้ว่าพวกท่านยังไม่ให้ ทั้งที่ให้แล้ว!”
ปากจางซิ่วเอ๋อก็พูดไปแบบนั้น ทั้งยังทำสีหน้าเหมือนหวังดีกับตระกูลสวี่
ความจริงแล้วในใจนางกลัวตระกูลสวี่ชักดาบ
แต่คำพูดของจางซิ่วเอ๋อก็ไม่มีจุดไหนที่ไม่เหมาะสม
“ไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้บ้านเราไม่มีตำลึงมากขนาดนั้น” แม่หลินเอ่ย
จางซิ่วเอ๋อจึงมองผู้ใหญ่บ้าน ถอนหายใจเบา ๆ “ท่านผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่ว่าข้าเป็นคนชอบบีบคั้นหรอกนะ แต่ประเด็นคือมีคนคิดจะฉวยโอกาสชักดาบ หากตัดสินไม่ได้จริง ๆ เราก็ไปหาทางการเถอะ…..”
ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าอึมครึม รู้สึกว่าแม่หลินนี่เกินจะรับได้จริง ๆ
เขาเอ่ยเสียงเย็นทันที “ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่เอาตำลึงออกมา ก็ทำตามที่แม่นางน้อยซิ่วเอ๋อบอก ส่งพวกเจ้าไปหาทางการคืนนี้แหละ!”
สวี่อวิ๋นซานครุ่นคิด และเอ่ยขึ้นในตอนนี้ “ข้ารู้ว่าตำลึงที่บ้านเก็บไว้ตรงไหน ที่บ้านมีอยู่ 15 ตำลึงเงิน ข้าไปเอาให้”
แม่หลินตาโตมองสวี่อวิ๋นซานไปเอาตำลึงเงิน สีหน้านางดูอึมครึมจนน่ากลัว
จางซิ่วเอ๋อก้มเก็บมีดปังตอของตัวเองมาถือเล่นในมือ ของนี่จะทิ้งไม่ได้เด็ดขาด ราคาไม่ใช่น้อยเลย
ไม่นานนัก สวี่อวิ๋นซานก็เอาตำลึงเงินมาให้จางซิ่วเอ๋อ
แม่หลินอยากเข้ามาแย่ง แต่ก็กลัวมีดในมือของนาง
“เอาล่ะ ๆ ในเมื่อเรื่องนี้แ