บข้าวจานนั้นเพื่อเหลือกับข้าวจานอื่นให้เขากิน
หารู้ไม่ว่าตอนแรกจางซานหยาก็คิดแบบนี้ แต่ใครจะรู้ว่าจางซิ่วเอ๋อจะทำไส้หมูได้อร่อยขนาดนี้
นางกินไปคำเดียวก็ติดใจ และก็คิดว่าพี่ใหญ่ตัวเองทำไว้หม้อนึงเต็ม ๆ จึงไม่กดดันอะไรตอนกิน และไม่ยอมกินอย่างอื่นอีก
ปกติของแบบนี้ถ้าอยู่ต่อหน้าท่านหมอเมิ่ง เขาคงไม่ยอมกินหรอก แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกผิด จึงชิมเข้าไปคำหนึ่ง
เขากลับทึ่งที่พบว่าไส้หมูนี่อร่อยกว่าในโรงเตี๊ยมอีก
ต้องรู้ไว้ว่าไส้หมูในโรงเตี๊ยมล้างด้วยแป้งและเกลือบด
แต่ที่จางซิ่วเอ๋อทำนั้นเห็นได้ชัดว่าอร่อยกว่าของพวกนั้น!
หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วเป็นเพราะผงเครื่องเทศ จางซิ่วเอ๋อยอมกัดฟันใส่เครื่องเทศที่ตัวเองบดเป็นผงลงไป กลิ่นประหลาดของไส้หมูจึงน้อยลง
ท่านหมอเมิ่งกินไส้หมู แล้วก็กินปลาตุ๋นบ้าง
เขาก็พบว่าปลานี่ไม่เหม็นคาว ปรุงรสได้อร่อยมาก!
ท่านหมอเมิ่งมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนตะกละ แต่เวลานี้ก็กินเยอะอย่างอดไม่ได้
ส่วนไข่ต้มกับสามชั้นตุ๋นกลับไม่มีคนสนใจ
อีกด้านหนึ่งจวี๋ฮวาก็เอาของกลับไป
แม่สามีของจวี๋ฮวาดีกับจวี๋ฮวาอยู่ แต่เวลานี้เห็นจวี๋ฮวาเอาเนื้อออกไปถ้วยนึงแล้วแลกไส้หมูที่ไม่มีราคากลับมาถ้วยนึงก็มีสีหน้าไม่ดีนัก
จวี๋ฮวาไม่กล้าบอกแม่สามีตัวเองว่าไปไหนมา บอกแค่ว่าจะเอาไปให้เพื่อนตัวเอง
แม่หวังผู้เป็นแม่สามีของจวี๋ฮวาคิดว่าจวี๋ฮวาเพิ่งแต่งเข้ามาได้ไม่นานควรจะไปมาหาสู่กับคนอื่นบ่อย ๆ ถึงจะปวดใจอยู