นั้นได้อย่างไร?”
นางรู้สึกได้ว่าท่านหมอเมิ่งเหมือนอยากจะให้ผลประโยชน์กับพวกนาง แต่นางไม่อาจรับไว้ได้จริง ๆ
ตำลึงเงินของท่านหมอเมิ่งก็ใช่ว่าได้จากพายุพัดมา เขาก็ต้องเทียวมาเทียวไปเพื่อรักษาคนไข้ ถึงแม้จะมีชีวิตที่ไม่เลวแต่ก็เหนื่อยมาก นางจะยอมรับตำลึงเงินพวกนี้ได้อย่างไร?
จางซิ่วเอ๋อคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านอาเมิ่ง ถ้าท่านอยากได้งูนี่จริง ๆ ก็ให้ราคากลางกับข้า ไม่อย่างนั้นข้ายอมเอาไปขายแบบโดนกดราคาในเมืองโดยที่ไม่ขายให้ท่านดีกว่า”
ท่านหมอเมิ่งมองจางซิ่วเอ๋ออย่างช่วยไม่ได้ เอ่ยยิ้ม ๆ “งั้น 7 ตำลึงเงิน งูพิษแบบนี้หายากมาก ข้าเอากลับไปดองเป็นเหล้าขายได้ไม่น้อย”
สุดท้ายท่านหมอเมิ่งก็ให้ราคาปกติ เพราะเขาสัมผัสได้ว่าถึงแม้จางซิ่วเอ๋อภายนอกจะแลดูผอมแห้งราวกับล้มได้เพียงลมพัด แต่ภายในแข็งแกร่งมาก
เขาไม่กล้ายืนกรานจะให้ตำลึงเงินเกินราคาจริงกับจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อเห็นสีหน้าท่านหมอเมิ่งดูผ่าเผยขึ้นก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า “งั้นก็ได้เจ้าค่ะ งูนี่จัดการตอนยังสดดีกว่า ท่านเอาไปเถอะ ส่วนเรื่องตำลึงไม่ต้องรีบ สะดวกเมื่อไหร่ค่อยให้ข้าก็ได้”
“เจ้าไม่กลัวข้าเอาของไปแล้วไม่ยอมให้เงินเหรอ?” ท่านหมอเมิ่งถามยิ้ม ๆ
จางซิ่วเอ๋อมองท่านหมอเมิ่งอย่างนึกขำ “ท่านอาเมิ่งไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกเจ้าค่ะ”
ท่านหมอเมิ่งได้ยินก็ยิ้มอ่อนโยน
จากนั้นจางซิ่วเอ๋อก็ไปที่ส่วนครัว เสียดายที่นางนำปลาที่ขนาดใหญ่หน่อยในบ้านไปขายแล้ว เหลื