าข้างหลังราวกับหมาป่า จางซิ่วเอ๋อก็ต้องวิ่งให้เร็วขึ้นนางจะให้แม่เฒ่าจางเห็นถุงข้าวโพดบดในมือไม่ได้เด็ดขาด ส่วนของในตะกร้าสานยิ่งให้นางเห็นไม่ได้เข้าไปใหญ่จางซิ่วเอ๋อในตอนนี้จึงแทบจะเค้นพลังตั้งแต่สมัยยังกินนมออกมาดีที่แม่เฒ่าจางไล่ตามไปด้วยด่าไปด้วย จึงวิ่งช้ากว่าปกติไม่น้อย……………………………………
เถ้าแก่สะดุ้งก่อนจะรีบตอบ “คุณชายฉินเป็นคนใจดีขนาดนี้ จะน่ากลัวได้อย่างไรล่ะขอรับ?”
ตอนพูดไปแบบนั้น เถ้าแก่เองก็เหงื่อไหลซึมอย่างหวาดกลัวความผิด นึกสงสารจางซิ่วเอ๋อขึ้นไปอีก
เวลานี้เถ้าแก่ไม่นึกถึงความวุ่นวายที่จางซิ่วเอ๋อก่อขึ้นในโรงเตี๊ยมแล้ว เพราะเขาจินตนาการออกว่าหลังจากนี้จางซิ่วเอ๋อจะโชคร้ายขนาดไหน!
คุณชายฉินยิ้มบางพลางเดินไปทางด้านหลัง ต่อให้ตอนนี้เขาจะมอมแมมไปทั้งตัว ก็ไม่อาจบดบังราศีอันสูงส่งที่แผ่ออกจากตัวเขาได้
จางซิ่วเอ๋อในตอนนี้หันกลับมาอย่างระวัง พอเห็นว่าไม่มีใครตามหลังมาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นผู้รอดชีวิต
ตอนที่ยังนึกกลัวอยู่ จางซิ่วเอ๋อก็จับตำลึงเงินในอกเสื้อตัวเองพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
ถึงแม้ครั้งนี้จะหวาดเสียวไปหน่อย แต่อย่างไรเสียก็ได้อะไรดี ๆ มา
ตำลึงเงินน่ะเป็นของดี ที่บ้านนอกจากพวกผักป่าแล้วก็ยังขาดแคลนทุกอย่าง!
นางต้องคำนวณดี ๆ ว่าจะใช้ตำลึงเงินนี่อย่างไร
ในตอนบ่ายนี้เอง จางซิ่วเอ๋อก็ซื้อของเสร็จและเก็บของเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับทีละก้าว
ตอนแรกนางจะ