ุณภาพค่อนข้างดีก็น่าจะทำเพื่อจางชุนเถา
จางชุนเถาไม่เหมือนกับจางซิ่วเอ๋อ
ปกติจางซิ่วเอ๋อเป็นคนไม่มีปากมีเสียง แทบไม่มีตัวตนในหมู่บ้าน แต่จางชุนเถานี่ขึ้นชื่อในหมู่บ้านเรื่องความก๋ากั๋นและทำงานเก่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะจางชุนเถามีแม่ที่ไม่มีลูกชาย คงมีคนมาขอแต่งงานกับนางนานแล้ว
ในสายตาทุกคน จางชุนเถาเป็นสาวน้อยบ้านไร่ที่ไม่เลวเลย ถึงจะก๋ากั๋นไปหน่อย แต่ภาพลักษณ์ของนางในสายตาทุกคนก็ไม่เลวนัก พอตอนนี้จางชุนเถามาเจอเรื่องแบบนี้ ทุกคนจึงเห็นใจอย่างมาก
“ซิ่วเอ๋อ เวลาเจ้าไม่ได้ทำอะไรก็ออกมาข้างนอกบ้างนะ อย่าเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้าน” จวี๋ฮวาพูดอย่างเป็นห่วง
จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าความหมายของจวี๋ฮวาคือให้พวกนางไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ นางจึงรีบเอ่ยขึ้น “แน่นอนเจ้าค่ะ”
แม่หลินแค่นเสียง พึมพำขึ้นมา “ช่างไม่กลัวเสนียดเลยนะ”
จวี๋ฮวาได้ยินก็มองจางซิ่วเอ๋ออย่างเป็นห่วง กลัวว่าจางซิ่วเอ๋อกับแม่หลินจะทะเลาะกันอีก
แต่ตอนนี้จางซิ่วเอ๋ออารมณ์ดีสุด ๆ จึงแค่กลอกตามองบนใส่ทิศที่แม่หลินอยู่และไม่ได้สนใจนาง
ทุกคนคุยกันเรื่องที่บ้านเสียงเบา ซึ่งจางซิ่วเอ๋อก็ไม่แทรก ตั้งใจเงี่ยหูฟังหวังว่าจะได้ข้อมูลของหมู่บ้าน
แล้วนางก็ได้รู้เรื่องดี ๆ จริง ๆ
พอมาถึงหมู่บ้าน จางซิ่วเอ๋อก็ยกของตัวเองลงมาเพื่อเตรียมกลับบ้าน
แต่คิดไม่ถึงว่าจะเห็นแม่เฒ่าจางยืนอยู่ใต้ต้นหวายฉู่ นางมองถุงในมือจางซิ่วเอ๋อสลับกับตะกร้าสานบนหลังของนาง พลางกลอกตาไปมา
จางซ