ือง จะให้เดินไปคงไม่ได้ แต่จะไปมือเปล่าก็ไม่ได้ เลยเอาผักป่าพวกนี้มาขายด้วย หวังว่าจะหาค่าเกวียนได้น่ะเจ้าค่ะ”
ทุกคนได้ฟัง สายตาที่มองจางซิ่วเอ๋อก็ไม่เหมือนเดิมในบัดดล
โอ้ ตอนแรกก็นึกว่าจางซิ่วเอ๋อเป็นพวกละเลงเงินเสียอีก
แต่พอได้ยินแบบนี้ ก็รู้สึกว่าอย่างไรเสียจางซิ่วเอ๋อก็ต้องเข้าเมือง บาดเจ็บอย่างนี้อย่างไรก็ต้องนั่งเกวียน แต่ด้วยความเป็นคนมัธยัสถ์ นางจึงเอาผักป่าไปด้วยหวังจะหาค่ารถคืน
หายากจริง ๆ!
ประโยคเดียวของจางซิ่วเอ๋อก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ของนางในใจทุกคน
ท่านป้าที่พูดจาแดกดันเมื่อครู่ก็พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ต่อ “เจ้าพูดเพราะกว่าร้องเพลงอีก”
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง แสดงถึงความไม่พอใจของตัวเอง
พอเห็นบรรยากาศบนเกวียนเริ่มตึงเครียด ก็มีผู้หนึ่งคุยกับท่านป้าคนนั้น “น้องสวี่จ๊ะ อวิ๋นซานของบ้านเจ้าอายุก็ไม่น้อยแล้วนะ ใกล้จะได้แต่งงานแล้วใช่หรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็รู้ฐานะของท่านป้าผู้นี้ในทันที นางเป็นแม่ของสวี่อวิ๋นซาน*นี่เอง! น่าจะมีชื่อว่าหลิน สวี่หลินซื่อ
*สวี่อวิ๋นซาน ชื่อเดิมคือ สวี่หวินซาน
นางเข้าใจแล้วว่าทำไมคน ๆ นี้ถึงพูดจาทิ่มแทงเหลือเกิน คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าสวี่อวิ๋นซานชอบนาง แต่แม่หลินต้องรู้อยู่แล้ว! ไม่แน่ว่าสวี่อวิ๋นซานอาจจะเปิดอกกับแม่ตัวเองไปนานแล้วด้วยก็ได้
ส่วนแม่หลินไม่ชอบนาง จึงพูดจาไม่น่าฟังขนาดนี้!
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง แม่หลินไม่ชอบนางอย่างนั้นหรือ นางเองก็ไม่ไ