ลียดชังแล้ว
แม่เฒ่าจางไม่รอให้จางซิ่วเอ๋อพูดอะไรก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ข้ารู้ว่าชีวิตเจ้าลำบาก เงินตำลึงนี่เจ้าเอาไปแล้วข้าก็คงเอาคืนมาไม่ได้ เจ้าไปย้ายทะเบียนกลับเข้าบ้านเราเสีย แล้วเรื่องนี้เราหายกัน”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินถึงตรงนี้ก็มองแม่เฒ่าจางอย่างเย้ยหยัน แล้วเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง “ท่านย่า นี่ท่านอยากให้ข้ากลับตระกูลจาง เพื่อจะได้ขายข้าอีกรอบใช่หรือไม่? ครึ่งตำลึงเงินไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะ นี่ถ้าฟ้องศาลก็เพียงพอจะให้ท่านผิดในข้อหาใส่ร้ายป้ายสีได้เลย”
แม่เฒ่าจางได้ยินก็ด่าต่อ “เจ้าเอาเงินตำลึงที่บ้านไปแล้วยังกล้าไปฟ้องข้าที่ศาลอีก มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
จางซิ่วเอ๋อกวาดตามองแม่เฒ่าจาง “ท่านเห็นกับตาหรือว่าข้าเอาเงินตำลึงไป?”
“ข้า….” แม่เฒ่าจางอยากจะพูดว่าเห็น
จางซิ่วเอ๋อเห็นแล้วก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้ม “หากท่านย่าเห็นว่าข้าเอาเงินตำลึงไป ทำไมท่านไม่ห้ามล่ะ? ท่านย่า เวลาจะพูดอะไรท่านต้องระวังนะ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการใส่ร้าย!”
“ข้าไม่สน อย่างไรซะเจ้าก็ยากจนขนาดนั้น ไม่มีทางมีเงินตำลึงไปซื้อของหรอก ถ้าไม่ได้เอาของที่บ้านไปแล้วจะไปเอามาจากไหน?” แม่เฒ่าจางไม่ยอม
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะขบขัน กวาดตามองผู้คนที่มุงอยู่รอบ ๆ ก่อนจะเอ่ย “ถ้ามีคนเห็นพวกท่านซื้อของ แต่รู้สึกว่าพวกท่านยากจน ไม่น่าจะมีเงินตำลึง แบบนั้นจะไม่ได้หมายความว่าเงินตำลึงที่พวกท่านใช้อยู่คือเงินที่ขโมยไปจากนางหรือ? วันหลังท