ดูว่าพอจะจับสัตว์ป่าไปทำอาหารได้ไหม”
พูดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มแซ่สวี่ก็พูดเสริมต่อ “หลีฮวาบอกจะขึ้นเขามาหาสมุนไพร ก็เลยมากับข้าด้วยน่ะ”
จางซิ่วเอ๋อฟังมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ อย่างกับชายหนุ่มแซ่สวี่นี่จะอธิบายให้ตัวเองฟังว่าทำไมหลีฮวาถึงอยู่กับเขา ทำให้จางซิ่วเอ๋อเริ่มเก้ ๆ กัง ๆ ขึ้นมา
จะอธิบายเรื่องนี้กับนางทำไม?
จางซิ่วเอ๋อข่มความสงสัยในใจไว้ บอกตัวเองว่าคิดมากเกินไป ในความทรงจำที่จางซิ่วเอ๋อเหลือไว้ไม่มีชายหนุ่มแซ่สวี่นี่เลย บ่งบอกได้ว่าคน ๆ นี้เป็นคนไม่สำคัญ
จางซิ่วเอ๋อจึงเอ่ยยิ้ม ๆ “งั้นพวกเจ้ารีบไปเถอะ ข้ากับซานหยาจะกลับแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อพูดจบก็จะเดินลงเขาต่อ แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มแซ่สวี่ก็เรียกจางซิ่วเอ๋อไว้ “ข้าได้ข่าวว่าเจ้าย้ายออกจากตระกูลจางแล้ว ตอนนี้ไปอยู่ที่บ้านผีสิงเหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า นี่ก็ไม่ใช่ความลับอะไร คนทั้งหมู่บ้านน่าจะรู้หมดว่าตัวเองย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านผีสิง
ชายหนุ่มแซ่สวี่มีแววตาปวดใจ เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง
หลีฮวาอีกด้านก็พูดขึ้นก่อน “พี่ซิ่วเอ๋อ พี่อยู่ที่นั่นก็ดีนะ อย่างไรซะพี่ก็แต่งงานแล้ว ถ้าอยู่ในหมู่บ้านต่อด้วยสถานะแม่ม่าย ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเอาไปพูดต่อน่าเกลียดขนาดไหน”
จางซิ่วเอ๋อมองหลีฮวาด้วยสายตาเย็น ๆ
ถ้าแม่นางคนนี้ไม่ได้เป็นคนโง่จริงที่ไม่รู้จักพูดจา งั้นที่พูดมานี่ก็ตั้งใจหาเรื่องชัด ๆ
โชคดีที่ตัวเองไม่ได้จิตใจเปราะบางเหมือนเจ้าของร่าง ถ้าเจ้า