ของร่างยังอยู่ ได้ยินคำพูดแบบนี้อาจจะไปฆ่าตัวตายอีกรอบก็ได้
ชายหนุ่มแซ่สวี่ขมวดคิ้ว และตำหนิเสียงเบา “หลีฮวา เจ้าอย่าพูดเหลวไหล”
หลีฮวาเชิดหน้ากลม ๆ ของตัวเองอย่างไม่พอใจ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความไม่ยอม “พี่ ข้าพูดไปก็เพราะหวังดีกับพี่ซิ่วเอ๋อนะ”
จางซิ่วเอ๋อผงะกับสรรพนามเรียกขาน นางนึกว่าหนุ่มสาวคู่นี้เป็นคนรักกัน ที่ไหนได้เป็นพี่น้องกันหรอกหรือ
แต่ก็จริงแหละ ในยุคโบราณคนหนุ่มสาววัยรุ่นที่ยังไม่แต่งงานอยู่ ๆ จะมาเดินด้วยกันไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องขึ้นเขาด้วยกันเลย
ต่อให้หมั้นกันแล้ว ขึ้นเขากันสองคนแบบนี้ก็ต้องโดนนินทา
แต่ถ้าเป็นพี่น้อง ก็ไม่ต้องถือขนาดนั้น
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พวกข้าไปก่อนนะ”
ถึงแม้นางจะสัมผัสความเป็นศัตรูจากหลีฮวาได้ แต่นางไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับหลีฮวา อย่างน้อยก็ไม่อยากทะเลาะกับคนอื่นด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ทั้งยังไร้สาระ
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อยังไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของนางกับหลีฮวาเป็นอย่างไร
คงไม่มีใครเกลียดนางและโจมตีนางโดยไม่มีเหตุผลหรอก ไม่แน่อาจจะเคยโกรธแค้นกับเจ้าของร่างมาก่อน แต่จางซิ่วเอ๋อนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าสองคนนี้มีความโกรธแค้นอะไรกัน
ถึงอย่างไรเจ้าของร่างก็มีนิสัยอ่อนแอขี้กลัว ไม่น่าใช่คนที่จะไปหาเรื่องคนอื่น
ชั่วพริบตาที่จางซิ่วเอ๋อหันหลัง นางก็สัมผัสได้ว่าชายหนุ่มคนนั้นมองตัวเองอยู่ตลอด จนกระทั่งนางเดินมาไกลแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นถึงได้เลิก