มสงสัยของตัวเองออกไป
ที่จริงนางรู้ว่าการที่ลูกสาวตัวเองออกมาตั้งตัวแล้ว นางก็ไม่ควรจะยุ่งเรื่องของลูกมากนัก
แต่ปีนี้จางซิ่วเอ๋อเพิ่งจะอายุ 15 ปีเท่านั้น สำหรับแม่โจวนางยังเป็นเด็กที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ แล้วไหนจะต้องเลี้ยงชุนเถาที่อายุน้อยกว่าอีก แม่โจวล่ะเป็นห่วงทั้งคู่จริง ๆ
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ “แม่ ข้าจะบอกความจริงก็ได้ ครั้งที่แล้วที่ขายเห็ดหลินจือไปไม่ได้ขายได้ 30 เหรียญหรอก ตอนนั้นอยู่ตระกูลจาง พวกเรากลัวย่ารู้ก็เลยไม่ได้พูดความจริงกับแม่”
ตอนขายหลินจือ นางยังไม่เชื่อใจแม่โจวเท่าไหร่ ย่อมไม่มีทางเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอยู่แล้ว บวกกับอยู่ใกล้หูใกล้ตาแม่เฒ่าจาง คนที่รู้ยิ่งน้อยยิ่งดี
“แม่อย่าโกรธพี่นะ ข้าเป็นคนต้นคิดเอง” จางชุนเถาชิงบอก
“พวกเจ้าโตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเอง แค่นี้แม่ก็ดีใจมากแล้วล่ะ” แม่โจวรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ส่วนขายได้กี่ตำลึงนางไม่อยากจะสนใจแล้ว
นางรู้แค่ว่าโชคดีที่มีตำลึงก้อนนี้ ไม่อย่างนั้นซิ่วเอ๋อและชุนเถาออกมาแบบนี้จะไปมีข้าวกินได้อย่างไร?
“แม่ ในเมื่อแม่รู้ว่าพวกเรามีตำลึงและตำลึงมาจากไหน ก็วางใจแล้วกินเถอะ แม่กินเนื้อเยอะ ๆ เลย บำรุงให้น้องชายในท้องหน่อย” จางซิ่วเอ๋อบอกยิ้ม ๆ
แม่โจวตาแดง ตัวลูก ๆ เองก็ลำบาก แต่ก็ยังรู้ว่าต้องกตัญญูแม่อย่างนาง นางรู้สึกชื้นใจจริง ๆ
ในหมู่บ้านมีใครไม่หัวเราะเยาะนางบ้าง? บอกว่านางคลอดลูกผู้ชายไม่ได้ ไม่สามารถสืบสานตระกูลให้บ้