านสี่ได้ เป็นบ้านที่ไร้ทายาท ตอนแก่ก็ไม่มีใครสนใจหรอก
แต่เท่าที่นางแลเห็น ลูกสาวทั้งสามของนางไม่ด้อยไปกว่าลูกชายบ้านไหนเลยเสียด้วยซ้ำไป
เอาแค่เรื่องที่ไม่ว่าลูกจะกินอะไรก็นึกถึงแม่ที่ไร้ประโยชน์อย่างนางนั้น นางก็ดูออก
“แม่เอง…ที่ทำพวกเจ้า…ลำบาก…” แม่โจวกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
จางซิ่วเอ๋อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี จึงรีบเอ่ยยิ้ม ๆ “ลำบากอะไรกัน ไม่มีแม่คลอดพวกเราออกมา พวกเราก็คงไม่มีชีวิต ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ลำบาก”
จางซิ่วเอ๋อพูดได้ดี แม่โจวพอได้ฟังความโศกเศร้าภายในใจก็ทุเลาลง และยิ้มออกทันควัน
แม่โจวก็รู้สึกตัวในตอนนี้แล้วว่าลูกสาวคนโตของตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง แน่นอนว่านางก็หวังว่าลูกสาวจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางแบบนี้ ดีกว่าท่าทางหงิม ๆ เมื่อก่อนเยอะ
ถ้าซิ่วเอ๋อยังมีนิสัยเหมือนก่อน นางคงยากจะสบายใจ ต้องคอยกังวลว่าไม่รู้ซิ่วเอ๋อจะเครียดจนฆ่าตัวตายอีกเมื่อไหร่
ตอนนี้เหรอ….
แม่โจวมองจางซิ่วเอ๋อที่มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า จากนั้นใบหน้าของแม่โจวจึงมีรอยยิ้มปลื้มใจ ซิ่วเอ๋อแบบนี้น่ะไม่ฆ่าตัวตายหรอก
ถึงแม้แม่โจวจะแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงของจางซิ่วเอ๋อ แต่ก็มีคำตอบในใจให้ตัวเองแล้ว นางคิดว่าจางซิ่วเอ๋อต้องเจอความเปลี่ยนแปลงแบบวิกฤติ และเกือบตายมาจนจะกลายเป็นแบบนี้
คนเราถ้าแม้แต่ตายยังไม่กลัว ไอ้เรื่องจากนิสัยหงิม ๆ กลายเป็นเข้มแข็งขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แม่โจวก็ไม่ลังเลอีกต่อไ