หารเพื่อพวกนางอีก แล้วเจ้าตัวเล็กในท้องจะเจริญเติบโตได้ดีหรือ?
“พวกเจ้าออกจากบ้านมาก็ลำบาก แม่กลัวพวกเจ้าจะอด….” เสียงแม่โจวอ่อนแอนิดหน่อย
เห็นแม่โจวเป็นแบบนี้ จางซิ่วเอ๋อก็โกรธไม่ลง นางมองซาลาเปาและซาลาเปาผักพลางเอ่ยขึ้น “มันเย็นหมดแล้ว พวกเราก็อย่ากินเลย ชุนเถา เจ้าไปตั้งโต๊ะหน่อย เที่ยงนี้แม่กินข้าวกับเราด้วย”
“อย่าเลย เดี๋ยวข้ากลับบ้านไปพอทันข้าวเที่ยงอยู่บ้าง” แม่โจวรีบบอก
นางไม่รู้ว่าลูกสาวสองคนอยู่ที่นี่ได้กินอะไรบ้าง แต่ไม่ว่าจะกินอะไรนางก็จะมากินด้วยไม่ได้ ถ้านางกินลูกสาวก็ต้องอด
“แม่ แม่ไม่อยากรู้เหรอว่าพวกเรากินอะไรกันบ้าง นั่งรอที่นี่เถอะ อีกอย่างเมื่อกี้แม่เพิ่งตกใจเพราะล้มมา ถ้ากลับไปแบบนี้ระวังจะมีผลกระทบกับลูกในท้อง แม่ไม่คำนึงถึงตัวเอง ก็ต้องคำนึงถึงน้องชายที่ยังไม่คลอดของพวกเราสิ” จางซิ่วเอ๋อหยุดแม่โจวที่กำลังไป
ปากก็ไม่ลืมพูดให้เป็นมงคล แม่โจวต้องอยากให้ท้องนี้เป็นลูกชายแน่ ๆ
แม่โจวเห็นท่าก็นึกในใจ ดูหน่อยก็ดีว่าเด็กสองคนนี้กินอะไรบ้าง จะได้รู้ไว้ นางไม่กินด้วยก็ได้นี่
ตอนนี้จางชุนเถากางโต๊ะที่มีรอยร้าวขึ้นแล้ว ถึงจะผุพังไปบ้างแต่ก็ไม่มีผลกับการใช้งาน
ส่วนซานหยาในตอนนี้ยกกะละมังกับข้าวมาแล้ว
พอวางกับลงโต๊ะ แม่โจวก็ตาโตมองกับข้าวที่มีเนื้อเต็มกะละมัง
จางซิ่วเอ๋อไปที่เตา และเอาฝาหม้อขึ้น ตอนนี้แผ่นแป้งข้าวโพดก็สุกแล้ว มันส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกมา
จางซิ่วเอ๋อสูดหายใจเ