งปูไว้ด้านบน
ส่วนมุ้งกันยุงรอบเตียงนั้น นางยังไม่มีเงินซื้อในตอนนี้ เอาไว้ก่อนแล้วกัน
จากนั้นนางก็ตั้งหม้อบนเตา จางชุนเถาทำความสะอาดเตาไว้เรียบร้อยแล้ว และหากิ่งไม้แห้ง ๆ มาตั้งไว้ข้าง ๆ ด้วย
จางซิ่วเอ๋อเอาดินมาโปะรอบหม้อไว้และก่อไฟ
คืนนี้ท่าทางจะไม่ได้กินเนื้อแล้ว นางจึงเอาเนื้อหมูไว้ในถังไม้ และวางไว้ในบ่อน้ำ
กระดูกหมูนั้นเก็บยาก นางจึงตั้งใจจะต้มเลย
พอเก็บกวาดทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย จางชุนเถาก็กลับมา พอนางเข้ามาถึงในลานปุ๊บก็ถามขึ้นทันที “พี่ พี่ต้มอะไรเหรอ? หอมจัง”
วันนี้ตอนที่จางชุนเถาเก็บของ นางเจอตะเกียงน้ำมันตะเกียงหนึ่ง และเทียน 2 เล่ม แต่น่าเสียดายที่ในตะเกียงนั้นไร้น้ำมัน จึงได้แต่จุดเทียน
ในห้องสว่างขึ้นมามาก ทั้งในเตายังมีไฟสีแดงฉานลุกโชน
ถึงแม้อากาศจะเย็นนิดหน่อย แต่ในห้องก็อบอุ่นอย่างมาก
แสงไฟสาดส่องบนหน้าจางซิ่วเอ๋อ และอดคิดในใจไม่ได้ว่าชีวิตก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
“ข้าต้มกระดูกไว้น่ะ แถมของแบบนี้ยังสุกยาก เอาหม้อต้มไว้ทั้งคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยเพิ่มไฟอีกหน่อยก็น่าจะสุกแล้วล่ะ” จางซิ่วเอ๋อบอกยิ้ม ๆ
จางชุนเถาเลิกฝาไม้บนหม้อด้วยความน้ำลายสอ นางมองอย่างอยากกิน ก่อนจะสูดหายใจลึก
เมื่อก่อนนางไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้กินของดีขนาดนี้
คิดมาถึงตรงนี้ จางชุนเถาก็ตึงเครียดขึ้นมา “พี่ ตำลึงเราใช้จะหมดแล้วใช่ไหม?”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะแห้ง ๆ “ก็…ประมาณนั้นแหละ”
จางชุนเถามีสีหน้าเคร่งขร