ช่ตัวขาดทุนอย่างนั้นแหละ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น แม่เฒ่าจางก็บันดาลโทสะในบัดดล นางเถียงจางซิ่วเอ๋อไม่ออกก็มองจางซานหยาแทน “ไอ้ตัวขาดทุนเล็ก ยังไม่รีบเข้ามาอีก ไปยืนอยู่กับแม่ม่ายดวงกินผัวนั่นทำไม!”
ดวงกินผัว แม่ม่าย คำสองคำนี้ต่อให้พูดในยุคปัจจุบันก็ถือว่าแสลงหูมาก ซึ่งในหมู่บ้านเล็ก ๆ ยุคโบราณนี่ก็เป็นคำด่าที่โหดร้ายมากเช่นกัน
จางซิ่วเอ๋ออยากจะปะทะวาจากับแม่เฒ่าจางสักตั้ง แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นจางซานหยาแล้วนางจึงมีทีท่าอ่อนลง
และได้แต่นึกในใจ ตอนนี้ซานหยากับแม่โจวยังอยู่ที่ตระกูลจาง ถ้านางทะเลาะรุนแรงกับแม่เฒ่าจางตอนนี้ ไม่รู้ว่าซานหยากับแม่โจวจะโดนรังแกอะไรบ้าง
โดยเฉพาะซานหยา เมื่อกี้ก็โดนด่าเพราะตัวเอง
คิดมาถึงตรงนี้จางซิ่วเอ๋อก็ถอนหายใจ และรู้สึกหมดแรงขึ้นมา
ตอนนี้นางไม่อยากเถียงกับแม่เฒ่าจางแล้ว จึงบอกกับจางซานหยา “ดูแลตัวเองด้วย มีอะไรก็ไปหาพี่ที่บ้านผีสิง”
กำชับเสร็จนางก็หันหลังจากไป
แม่เฒ่าจางเห็นจางซิ่วเอ๋อไปแล้วก็หายใจฟึดฟัด เหอะ ออกมาเสียงดัง ทำอย่างกับตัวเองชนะศึก และทำเหมือนจางซิ่วเอ๋อกลัวนางยังไงยังงั้น
“ยังไม่รีบไปตัดหญ้าให้หมูอีก พี่สาวเวรตะไลสองคนของเจ้าไม่อยู่แล้ว งานพวกนี้เจ้าต้องทำ” แม่เฒ่าจางมองจางซานหยาด้วยสายตาเย็นเยียบ
จางซานหยาผู้อายุยังน้อยหยิบเชือกมาสองเส้น แล้วก็แบกตะกร้าที่แทบจะใหญ่เท่าตัวนางขึ้นหลัง และเดินขึ้นเขาไปเงียบ ๆ
ที่จริงเมื่อเช้านางยังไม่ได้กินข้