๊าดอีกด้วย
จางชุนเถาที่เห็นภาพนี้ก็ได้สติกลับมาจากความกลัว พูดด้วยสีหน้าดีใจ “เตียงนี่ดีจัง ดีกว่าเตียงบ้านเราเยอะเลย”
จางชุนเถาพูดมาถึงตรงนี้ก็สีหน้าเย็นเยียบลง และแค่นเสียงพลางเอ่ย “ไม่ใช่บ้านเราแล้ว”
จากน้ำเสียงของนาง เห็นได้ชัดเลยว่าจางชุนเถาเคืองแค้นตระกูลจางมานานแล้ว
จางซิ่วเอ๋อลูบผมที่แห้งดั่งต้นหญ้าของจางชุนเถาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ชุนเถา เจ้าวางใจเถอะ จากนี้ไปพี่จะให้เจ้าได้นอนเตียงที่ดีกว่านี้อีก บ้านที่ใหญ่กว่านี้ด้วย”
จางซิ่วเอ๋อกำมือทั้งสองข้างและเอ่ยน้ำเสียงแน่วแน่ ที่พูดนี่ไม่ใช่แค่ให้จางชุนเถาสบายใจเท่านั้น แต่เป็นการสัญญาจากใจของนางเลยต่างหาก
จางชุนเถาเงยหน้ามอง มีกระเบื้องบางแผ่นบนหลังตาแตกแล้ว จะขึ้นไปซ่อมตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ ดูท่าคืนนี้ต้องอยู่แบบนี้ไปก่อน
อีกอย่าง วันนี้สองพี่น้องก็เหนื่อยจะแย่แล้ว
จางซิ่วเอ๋อดึงผ้าห่มบนเตียงลงมาเพื่อสะบัดฝุ่นออก แต่ฝุ่นบนนั้นไม่อาจสะบัดให้หลุดได้แล้ว จริง ๆ วัสดุของผ้าห่มผืนนี้ไม่เลวเลย แต่จางซิ่วเอ๋อในตอนนี้ไม่อยากจะใช้ผ้าห่มผืนนี้จริง ๆ
ที่นี่อาจจะไม่ใช่บ้านร้างผีดุอย่างที่ลือกัน แต่ก็ต้องมีคนเคยตายแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เล่ากันสมจริงขนาดนั้นหรอก
นางไม่กลัวนะ แต่พอคิดว่าต้องนอนกับผ้าห่มแบบนี้ก็ไม่สบายใจ
อีกอย่าง ผ้าห่มนี่สกปรกขนาดนี้แล้ว ไม่แน่ด้านในอาจจะมีหนอนและเชื้อโรคอีกมากมายก็ได้ ผ้าห่มเน่า ๆ ที่ตระกูลจางยังดีก