ที่นางซ่อนไว้ในอกออกมาอย่างมีลับลมคมใน
ซึ่งคือห่อกระดาษที่ห่อซาลาลูกใหญ่ไว้ห้าลูก
เมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนนำอะไรออกมา แม่โจวก็เบิกตากว้างและจากนั้นก็มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที “ไปเอามาจากไหน? พวกเจ้าขโมยเงินที่บ้านเหรอ?”
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ และเอ่ย “แม่ อย่าคิดมากหน่า เงินนี่พวกเราสองคนหามาได้”
“ต่อให้พวกเราอยากขโมยเงิน ก็หาที่ซ่อนเงินของย่าไม่เจอหรอก” จางชุนเถาเสริม นี่น่ะความจริงเลย
“แม่ รีบกินเถอะ ถ้าโดนจับได้พวกเราสองคนต้องโดนตีแน่ แม่กินไปพลางฟังข้าเล่าไปพลางนะ” จางซิ่วเอ๋อเร่ง
นางพูดพลางหยิบเนื้อในอกออกมา เนื้อสุกนี่ได้หั่นไว้เป็นชิ้นแล้ว และเนื่องจากจางซิ่วเอ๋อได้เก็บเอาไว้ในอกอยู่ตลอด เนื้อทั้งหมดจึงยังไม่ชืด
ไม่นานนักแม่โจวเองก็ได้สติกลับมา นางยังเชื่อใจลูกสาวสองคนนี้ของตัวเองอยู่ พวกนางไม่มีทางทำอะไรไม่ดี เมื่อครู่นางแค่ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเห็นเท่านั้น จึงได้พูดแบบนั้นออกไป
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยขึ้น “วันนี้ตอนข้าขึ้นเขา ข้าเด็ดหลินจือมาได้ 3 ต้น จึงขายได้ 30 เหรียญน่ะ”
เรื่องนี้สองพี่น้องคุยกันแล้วว่า จริง ๆ แล้วขายได้เท่าไหร่นั้นจะไม่บอกใครเลย
แม่โจวได้ฟังดังนั้นก็นึกตกใจ ตั้ง 30 เหรียญเลยนะ
ไม่ทันที่แม่โจวจะพูดอะไร จางชุนเถาก็เอ่ยขึ้นอย่างน่าสงสาร “แม่ พวกเราสองคนหิวจริง ๆ จึงกินบะหมี่ที่แคว้น เงินที่เหลือเอาไปโปะค่ายาอีกเหรียญนึง แล้วก็ซื้อของพวกนี้”
หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ เ