กับทำราวไม่ได้ยินที่สองพี่น้อง กดลูกคิดอย่างไม่สนใจรอบข้างใด ๆ
จางซิ่วเอ๋อชักฉุน ดูท่าไม่ว่าจะที่ไหนก็มีพวกชอบดูถูกคนแบบนี้ตลอดเลยสินะ!
“ชุนเถา เราไปกันเถอะ เห็ดหลินจือนี่ข้าต้มให้แม่เรากินเองดีกว่า ก็ไม่ขายให้ร้านนี้แล้ว” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง
พอเสี่ยวเอ้อได้ยินคำว่าเห็ดหลินจือก็เงยหน้าขึ้นทันที แต่พริบตาเดียวก็ก้มหน้าต่อ ‘แค่ยัยเด็กคลุกโคลนสองคนจะมีเห็ดหลินจือได้อย่างไร?’
และในเวลานี้เอง มีผู้เฒ่าเครายาวแต่งตัวดูร่ำรวยคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาถลึงตาใส่เสี่ยวเอ้อก่อนจะเอ่ยถาม “แม่นางทั้งสอง พวกเจ้ามีเห็ดหลินจือมาขายรึ?”
“ข้าคือเถ้าแก่ของโรงขายยานี้ เรามาคุยกันหน่อยดีกว่า…” น้ำเสียงเถ้าแก่เป็นมิตรอย่างมาก
จางซิ่วเอ๋อก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปแต่แรกอยู่แล้ว นางหาข่าวมาแล้วว่าโรงขายยานี้มีคุณธรรมในการซื้อขายที่สุดแล้ว แค่คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวเอ้อจะมารยาททรามขนาดนี้ เมื่อครู่นางแกล้งพูดให้เสี่ยวเอ้อฟังเท่านั้น หวังจะดึงดูดความสนใจของเขา
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า หยิบเห็ดหลินจือตัวเองออกมาด้วยความระมัดระวัง กางบนโต๊ะเก็บเงิน
เถ้าแก่เห็นแล้วก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เห็ดหลินจือนี้ใช้ได้ แต่ต้นเล็กไปนิด ไม่ทราบว่าพวกเจ้าอยากจะขายเท่าไหร่หรือ?”
จางชุนเถาได้ฟังก็รีบเอ่ยขึ้น “สิบ…”
จางซิ่วเอ๋อเห็นท่าก็ดึงจางชุนเถาไว้ ขืนปล่อยยัยชุนเถาพูดต่อไป ได้กลายเป็นของราคา 10 เหรียญแน่
จางชุนเถาเฉลียวฉลาดก็จริง แต่ถึงอย่างไรก