็ใช้ชีวิตอับจนมานาน สำหรับนาง 10 เหรียญเป็นเงินที่เยอะแล้ว ถ้าของพวกนึ้ขายได้ 30 เหรียญก็ถือว่ารวยแล้ว
แต่จางซิ่วเอ๋อไม่ยอมขายเห็ดหลินจือด้วยราคาถูก ๆ หรอก
“เถ้าแก่ ข้าดูแล้วท่านเป็นคนซื่อสัตย์ ท่านให้ราคามาเลย….” จางซิ่วเอ๋อบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
คราวนี้เถ้าแก่โดนครอบหมวกใบโต ตอนแรกว่าจะไหลตามที่จางชุนเถาพูด แต่ตอนนี้ก็ได้แต่บอกว่า “เห็ดหลินจือ 3 ต้นนี้ ข้าให้เข้าต้นละร้อยเหรียญ”
เมื่อได้ยินราคาที่เถ้าแก่เสนอมา จางชุนเถาก็มีหน้าตาตื่นเต้นทันที
แต่จางซิ่วเอ๋อกลับยัดเห็ดหลินจือเข้ากระเป๋าตัวเอง
เถ้าแก่เห็นดังนั้นจึงถาม “นี่เจ้าทำอะไร?”
จางซิ่วเอ๋อยิ้มบาง ๆ จนแทบจะเหมือนไม่ได้ยิ้ม “เถ้าแก่เห็นข้าเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไร ข้าก็ไม่จำเป็นต้องขายให้ที่นี่…”
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็เสริมอีกประโยค “ต่อให้เห็ดหลินจือของข้าจะต้นเล็กไปหน่อย แต่ก็เป็นเห็ดหลินจือนะ ไม่ใช่ดอกไม้หรือต้นหญ้าริมทาง”
เถ้าแก่รีบเอ่ยขึ้น “อย่าเพิ่งไป ๆ มีอะไรเราค่อย ๆ คุยกันเถอะ”
“ท่านบอกราคาจริงใจมาดีกว่า ถ้าครั้งนี้หลอกพวกเราอีก งั้นเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะซื้อขายกันอีก” จางซิ่วเอ๋อทำสายตาสูงส่ง
เถ้าแก่เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก ‘ทำไมยัยหนูนี่ฉลาดนักล่ะ นึกว่าเป็นยัยคลุกโคลนจากบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นอะไร นึกว่าจะได้กำไรเพิ่มซะอีก’
ครั้งนี้เถ้าแก่ไม่กล้าบอกมั่วแล้ว เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งและเอ่ยขึ้น “ 2 ตำลึงเงิ