บทที่ 3 ได้สติ
ในเพียงพริบตา เสียงยกยอปอปั้นเมื่อครู่ก็กลายเป็นเสียงถากถางดูถูก เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของแม่เฒ่าจางและคนในหมู่บ้านไม่ค่อยดีนัก จึงไม่มีใครนึกสงสารตระกูลจางเพราะเรื่องของจางซิ่วเอ๋อ
จากนั้นจางซิ่วเอ๋อก็หมดสติ จำได้เพียงว่าตนเองถูกโยนไปโยนมาราวกับตุ๊กตา
พอเธอได้สติอีกครั้งและเงยหน้าขึ้นมา เธอก็เห็นหลังคาเก่าคร่ำคร่าที่เริ่มมีรอยร้าว กำแพงเบี้ยวง่อนแง่นที่จะล้มแหล่มิล้มแหล่ และผ้าห่มฝ้ายแข็งกระด้างดำคล้ำที่ส่งกลิ่นตุแปลก ๆ คลุมอยู่บนร่าง
ส่วนใต้ร่างนั้น ไม่ต้องถึงขนาดเอามือจับ จางซิ่วเอ๋อก็สัมผัสได้ว่ามันคือหญ้าแห้งชั้นนึง
รอบกายมีเสียงร้องหนวกหู เธอหันไปมองจึงพบว่าในห้องนี้มีจุดนึงถูกล้อมคอกไว้ แม่ไก่ 3 ตัวและเป็ด 2 ตัวกำลังกระพือปีกอยู่ในนั้น
ไม่นานนัก จางซิ่วเอ๋อก็รู้ได้จากความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมว่านี่คือห้องเล็กของตระกูลจาง
ปกติไม่มีใครอยู่ที่นี่ มันถูกใช้ทำเป็นเล้าไก่และห้องเก็บฟืน
จางซิ่วเอ๋อยิ้มเฝื่อน ดูท่าคนตระกูลจางตั้งใจจะไม่เอาตัวเองไว้ แผลของเธอเลือดหยุดไหลแล้ว คิดว่าไม่น่าจะตายง่าย ๆ แล้วล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้…เธอก็ยิ่งทนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้
ขณะนั้นเพิ่งเป็นเวลาฟ้าสาง ทุกคนยังไม่ตื่น ไม่มีใครสนว่าจางซิ่วเอ๋อจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
มันก็เป็นเวลาสะดวกให้จางซิ่วเอ๋อทำนี่ทำนั่น
เธอลุกขึ้นนั่งช้า ๆ และเปิดเสื้อผ้าตัวเองเพื่อพิจารณาบาดแผล
จางซิ่วเอ๋อเห็นแผลแล้