นอื่นไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือตัวเราเอง ไม่ใช่หรือ”เสี่ยวเสวียนฉีช้อนตามองการกระทำเล็กๆ ที่เธอดึงแขนเสื้อของเขา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธวูบไหวเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเชิดหน้าขึ้น ยังคงหยิ่งทะนงมากสีหน้ายังคงหม่นหมอง!เสินจื่ออี้ไม่รู้จะทำอย่างไร มองนางกำนัลที่เดินผ่านไปมา ขมวดคิ้วแล้วเข้าไปใกล้ถาม “งั้น…ท่านอยากให้หม่อมฉันทำยังไง”โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ยังงอแงเหมือนเด็ก มีแต่เขานี่แหละเสี่ยวเสวียนฉีเหยียดยิ้มแล้วแค่นเสียงเย็นๆ แต่ไม่ยอมพูดอะไรเสินจื่ออี้ถอนหายใจอีกครั้ง มือเลื่อนลง ค่อยๆ สอดเข้าไปในแขนเสื้อของเขาเกี่ยวนิ้วมือของเขา เสียงอ่อนลง “พอเถอะ ไม่โกรธแล้วนะ ได้ไหม หม่อมฉันก็ไม่อยากปิดบังท่าน แต่นี่เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท หม่อมฉันก็ทำตามเท่านั้น นั่นคือฝ่าบาทนะ ท่านไม่อยากให้หม่อมฉันขัดรับสั่งหรือไง”เพื่อไม่ให้ชายคนนี้คลั่งและทำเรื่องบ้าๆ มากไปกว่านี้ เสินจื่ออี้จึงต้องดึงฮ่องเต้ฉงหมิงออกมาเป็นข้ออ้าง“จริงๆ นะ ฝ่าบาทก็รู้นิสัยของท่าน รู้ว่าท่านจะไม่ให้หม่อมฉันไปพบเสี่ยวเย่ ถึงได้สั่งให้หม่อมฉันไปเป็นการส่วนตัว แท้จริงฝ่าบาทไม่มีความคิดอื่น แค่อยากสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง อย่างนี้ก็เป็นการทำเพื่อท่านด้วย”เสี่ยวเสวียนฉีหันหน้าไปหัวเราะเยาะ “เธอนี่เก่งจริงๆ เลย พูดแทนคนอื่นได้เก่ง”“แล้วจะให้ทำยังไง หม่อมฉันไม่อาจปล่อยให้พ่อลูกท่านแตกคอกันเพราะเรื่องนี้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง แล้วให้