!เสี่ยวเสวียนฉีจ้องเยว่เมอเยว่เมอผู้น่าสงสารยังไม่รู้ตัวว่าตนพูดอะไรผิดไป เขาอึกอักก่อนพูดว่า “แต่ถึงองค์ชายจะบาดเจ็บและหน้าซีด ก็ยังคงหล่อเหมือนเดิมนะพะย่ะค่ะ”“จริงหรือ?” เสี่ยวเสวียนฉีเลิกคิ้ว“จริง ๆ จริง ๆ!” เยว่เมอรีบตอบ “แต่ว่า…”เสี่ยวเสวียนฉีมองเขาเย็นชา “พูดมา”เยว่เมอกลืนน้ำลาย “แต่ว่าองค์ชายปกติจะดูเคร่งขรึมเกินไปเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ บางทีองค์ชายน่าจะยิ้มให้มากกว่านี้…”ดวงตาอันเย็นชาของเสี่ยวเสวียนฉีกระตุก เขามองตัวเองในกระจกทองเหลืองพยายามฝืนรอยยิ้มอันแข็งทื่อบนมุมปาก“ใช่ ๆ! อย่างนั้นแหละพะย่ะค่ะ องค์ชายยิ่งยิ้มยิ่งหล่อเลยนะพะย่ะค่ะ!” เยว่เมอประจบสุดขีด “รอยยิ้มแบบนี้ สาว ๆ ต้องชอบแน่นอน”“พูดเหลวไหล ใครบอกว่าหม่อมฉันจะไปพบผู้หญิง ออกไป!”ไม่ไปพบใครเหรอ? แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่องกระจกด้วย เยว่เมอบ่นในใจเสี่ยวเสวียนฉีเก็บรอยยิ้มและเตะเยว่เมออีกที ก่อนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วหันไปมองเงาในกระจกที่สง่างามและยังคงบารมีไม่แพ้วันวานอืม นี่แหละเหมือนคนจริง ๆ“อยู่เฝ้าที่นี่ ถ้ามีคนมาก็บอกว่าหม่อมฉันพักผ่อนแล้ว!”น้ำเสียงเย็นชาและเด็ดขาด แต่ขณะที่เดินออกไป มุมปากของเสี่ยวเสวียนฉีก็ยกยิ้มเล็กน้อยเยว่เมอที่โผล่หน้าออกมาดูส่ายหัวยังจะแกล้งอีก ชัดเจนขนาดนี้แล้วถ้าไม่ใช่ไปพบคุณหนู จะไปพบใครอีกล่ะ?ถึงองค์ชายไม่บอก เขาก็รู้เพื่อคุณหนู องค์ชายยอมเสียสละทุกอย่