ต้นพอดี
เนื่องจากผู้เยาว์ไม่สามารถออกกล้องได้ เฝ่ยไป๋ลู่จึงตั้งค่าฟังก์ชันจับภาพอัตโนมัติ ทำให้มีอีโมติคอนปิดหน้าพานปินปินในการถ่ายทอดสด
พานซิ่งเย่ถูมืออย่างเป็นกังวล หันกล้องไปทางพานปินปิน “อาจารย์ ช่วยดูลูกชายฉันก่อนเลย เขาถูกผีดูดพลังหยางหรือเปล่า? ทำไมฉันรู้สึกว่าสีหน้าเขาแย่กว่าเมื่อวาน?”
พานปินปินใช้มือบังกล้องด้วยสีหน้ารำคาญ “พ่อ พ่ออย่าถ่ายผม ผมไม่เป็นไร ถูกผีดูดพลังหยางไม่ใช่เรื่องน่าป่าวประกาศสักหน่อย พ่ออย่าพูดมากเลยน่า ถ้าเพื่อนร่วมชั้นผมมาเห็นเข้า ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
[โอ๊ย! เจ้าเด็กน้อย ชีวิตกับหน้าตาอันไหนสำคัญกว่ากัน?]
[ฉันเป็นหมอ ผิวพรรณเด็กคนนี้แย่กว่าคนทั่วไป แทนที่จะมาหาสตรีมเมอร์จับผี สู้พาเจ้าหนูน้อยไปหาหมอดีกว่านะ]
พานซิ่งเย่ลูบรอยคล้ำใต้ตา “ฉันไปโรงพยาบาลแล้ว หมอบอกว่าไม่ได้ป่วย พักผ่อนมาก ๆ ก็พอ แต่ในบ้านมีผีสิง นอนก็นอนไม่หลับ แล้วจะพักผ่อนได้ยังไง?”
เขานอนไม่หลับติดต่อกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว กลางดึกเลยออกล่าผี เขารู้สึกว่า ถ้าจับผีที่ก่อปัญหาไม่ได้ ตัวเองจะตายกะทันหันและกลายเป็นผีไปอีกตัว
พานปินปินรีบพยักหน้าไม่หยุด “ใช่เลย ๆ ทั้งหมดเกิดจากผี!”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม “คุณเคยเห็นผีไหม? ผีหน้าตาเป็นยังไง?”
พานปินปินเบิกตาสีดำขลับขึ้น แต่ไม่พูดอะไร
เขารู้จักชื่อเฝ่ยไป๋ลู่ อีกทั้งยังเคยแอบดูไลฟ์สดของเธอมาก่อนหน้านี้ด้วย
คิดไม่ถึงเลยว่าพ่อจะโชคดีเชื่อมต่อไลฟ์ติด แต่ข