ใจแล้ว! ไปทำธุระของตัวเองเถอะ!”ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องเล็กในเรือนนางกำนัลหลิวซิงชะโงกดูที่ประตู หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใคร ถึงได้กลับเข้าห้องอย่างระมัดระวัง พูดกับคนใต้ผ้าห่ม “คนพวกนั้นไปแล้ว ออกมาเถอะ”คนใต้ผ้าห่มชะโงกหน้าออกมา เป็นอวี้เอ่อร์ที่สวมเสื้อผ้าของเสินจื่ออี้ แปลงเป็นตัวนางอวี้เอ่อร์ถอนหายใจ “เมื่อกี้อันตรายมาก เกือบถูกจับได้แล้ว”หลิวซิงพูดอีกว่า “นั่นสิ ถ้าคนนับจำนวนพบว่าพี่จื่ออี้ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าจะถูกลงโทษอย่างไรอีก”แม้พวกนางจะไม่รู้ว่าทำไมเสินจื่ออี้ถึงไม่ได้กลับมากับขบวนของตำหนักบูรพา แต่ครั้งนี้รัชทายาทก็เสด็จกลับมาก่อนแล้ว บางทีนางอาจจะกลับมากับนางกำนัลคนอื่น ๆ ก็ได้พี่จื่ออี้มีความคิดและแผนการของตัวเองเสมอ ในเรื่องสำคัญพวกนางช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง“หวังว่าพี่จื่ออี้จะกลับมาเร็ว ๆ”“ใช่”ในเมืองหลวง ที่เรือนหลังหนึ่งอันเงียบสงัดมีเสียงไอเบา ๆ ของหญิงสาวดังขึ้นเสินจื่ออี้ค่อย ๆ ลืมตา ไม่ว่าจะเป็นความมืดอันคุ้นเคยตรงหน้า หรือความรู้สึกถูกพันธนาการทั่วร่าง ล้วนทำให้นางรู้ความจริงข้อหนึ่งนาง ถูกลักพาตัวอีกครั้งความทรงจำย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ก่อนเกิดเรื่อง นางจำได้เพียงเงาร่างชุดดำที่ดูคุ้นตาแม้จะสวมชุดดำเหมือนกัน ปิดตานางเช่นเดียวกัน และมัดร่างนางไว้อย่างแน่นหนา ดูเหมือนเป็นกลุ่มมือสังหารที่ปรากฏตัวที่เชิงเขาป่าล่าสัตว์ออกโรงอีกครั้งแต่สัญชาตญาณบ