หนื่อยเกินไปและอยู่ในช่วงหิมะตกหนัก เหอซุ่ยจึงมีอาการหนาวจนขาเป็นแผล และเป็นโรคขาเรื้อรังอย่างรุนแรงเสี่ยวเสวียนฉีเรียบเรียงความทรงจำ พอเงยหน้าขึ้นมองเหอซุ่ยอีกครั้ง แม้สีหน้าจะยังคงเย็นชา แต่น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ที่ไหนกันจะรังเกียจเจ้า!แค่ตอนนี้เรา บาดเจ็บ คุณป้าไฉ่ก็ไม่อยู่ เฉินซี่ก็แก่แล้ว เรื่องต่างๆ ในตำหนักบูรพานี้ ก็ต้องพึ่งเจ้าแล้ว”เหอซุ่ยได้ยินแล้วรู้สึกดีใจในใจ ใบหน้าแดงระเรื่อ“องค์ชายวางใจได้ บ่าวจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”“อืม เราอยากพักสักหน่อย เจ้าไปได้แล้ว”เหอซุ่ยพยักหน้าและจากไปเมื่อห้องโถงเงียบลง สีหน้าของเสี่ยวเสวียนฉีก็ค่อยๆ เคร่งขรึมลง มองดูฝนที่ยังตกไม่หยุดอยู่ข้างนอก ดวงตาเขาลึกลับมากขึ้น“ยืนเหม่ออะไรอยู่ ไปหาคนมารับใช้เราสิ! จะให้เราดื่มยาเองเชียวหรือ?” เสี่ยวเสวียนฉีจ้องมองไปที่เยว่เมอที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆเยว่เมอตะลึง คิดในใจว่าไม่ใช่องค์ชายเองหรือที่สั่งให้คนไปหมด?หรือว่าพวกที่มารับใช้ไม่ถูกใจองค์ชาย?เยว่เมอมองเสี่ยวเสวียนฉีที่หงุดหงิดโกรธเกรี้ยวอย่างไม่มีสาเหตุ เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงรีบออกไปครึ่งชั่วยามต่อมา ที่เรือนนางกำนัล“อะไรนะ ให้ข้าไปรับใช้?”เสินจื่ออี้ที่เพิ่งกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียก มองเยว่เมอที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน บิดแขนเสื้อด้วยความประหลาดใจทำไมอยู่ๆ ถึงให้เธอไปล่ะเสี่ยวเสวียนฉีรู้หรือว่าคนที่อยู่ที่ลานม้าคือเธอ?ไม่