น่าใช่นะ เธอบอกขันทีน้อยไว้ก่อนแล้วว่าอย่าบอกว่าเคยเห็นเธอ ขันทีน้อยคนนั้นได้เป็นผู้ช่วยชีวิตรัชทายาท และจะได้รางวัลด้วย เขาคงอยากได้แน่นอน และคงไม่พูดอะไรออกไปแล้วเสี่ยวเสวียนฉีจะรู้ได้อย่างไร?เสินจื่ออี้รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที เสียใจที่เธอยังคงหุนหันพลันแล่นเช่นนี้เสี่ยวเสวียนฉีตอนนี้อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน ถ้าเขารู้ว่าเธอออกไปจากตำหนักบูรพาอีก ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธขนาดไหนเยว่เมอขมวดคิ้วมองใบหน้าซีดของเธอ “ยังไง เจ้าไม่เต็มใจหรือ?”เสินจื่ออี้ก้มตัวลงต่ำลงอีก“บ่าวไม่กล้า แต่เพียงแค่ ก่อนหน้านี้ไม่ได้บอกหรือว่า บ่าวไม่สามารถเข้าใกล้วังหยูฮวาได้อีกแล้ว…”เยว่เมอดูเสินจื่ออี้แล้วรู้สึกโกรธ คิดในใจว่าไม่แปลกที่องค์ชายทุกครั้งที่เห็นเธอก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถ้าเป็นเขาก็คงอารมณ์เสียเช่นกันให้โอกาสเธออีกครั้งก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี!“บอกให้ไปก็ไป พูดมากอะไรนักหนา!”เสินจื่ออี้ไม่กล้าพูดอะไรอีกในฐานะทาส เธอต้องรู้จักตัวเอง เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของนายไม่นาน เสินจื่ออี้ก็ถูกเยว่เมอพามาที่วังหยูฮวาเพล้ง!คงเพราะอารมณ์ไม่ดี ถ้วยยาถูกคนข้างในขว้างไปทั่วเสินจื่ออี้เพิ่งมาถึงก็ถูกกระเซ็นยาเปื้อนทั้งตัว“คนไหน!”เสียงตะโกนต่ำของชายหนุ่มดังออกมาจากในห้องเยว่เมอเดินเข้าไปอย่างนอบน้อม “องค์ชาย คนมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวเสวียนฉีที่นั่งอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาเย็นชา พอเห