เห็นนายกลับมา พอจะก้าวไปพูด จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นเสินจื่ออี้ที่เดินตามหลัง เขาชะงักไป“ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก ห้ามใครเข้ามา!”เยว่เมอยังอึ้ง เสี่ยวเสวียนฉีก็สะบัดม่านเต็นท์อย่างแรง พาเสินจื่ออี้เข้าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เสินจื่ออี้มาถึงค่ายของเสี่ยวเสวียนฉี เขาตอนอยู่ภายนอกดูเหมือนจะแตกต่างจากในวังโดยสิ้นเชิงในวังเขาเป็นคนยิ้มแย้มกับทุกคน พูดคุยได้กับใคร ๆแม้จะแฝงการเหน็บแนม แต่ก็ยังสุภาพเรียบร้อยแต่ที่นี่ เขาเคร่งขรึมจริงจัง เลือดเย็นและโหดเหี้ยม ทำให้เสินจื่ออี้กลัวและตกใจมากกว่าตอนอยู่ในวังเสินจื่ออี้เข้ามาแล้วไม่กล้าขยับ ยืนนิ่งอยู่ที่ประตูเต็นท์ แทบไม่กล้าหายใจราวกับว่าต่อหน้าเขา เธอต่ำต้อยจนแม้แต่การหายใจก็เป็นความผิดเสี่ยวเสวียนฉีไม่ได้ยินเสียงใด หันกลับมามอง!เห็นเพียงร่างเล็กที่สกปรกเปรอะเปื้อน อิดโรยราวกับกองโคลนเหลวยืนบิดชายเสื้อตรงประตู ก้มหน้า ไม่กล้าก้าวเข้ามาสักก้าวเสี่ยวเสวียนฉียิ่งโมโห ถึงขั้นหัวเราะด้วยความโกรธ!“ยังไม่เข้ามาอีก ข้าไม่ได้กินคนสักหน่อย!”น้ำเสียงคำสั่งเต็มไปด้วยบารมีเจ้านาย แฝงการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ไม่อาจมองข้ามไม่กินคนก็จริง แต่ฆ่าคนได้ ฆ่าโดยไม่เห็นเลือด บีบให้ตายได้โดยไม่ต้องง้างมีดเสินจื่ออี้ตัวสั่น สูดหายใจลึกหลับตาเดินเข้าไป ย่างก้าวช้าและระมัดระวัง กลัวว่าจะทำผิดพลาดแล้วยั่วโทสะเขาอีกแต่ความเชื่อฟังของเธอก็ไม่ทำให้เสี่ยวเสวียนฉีพอใจ เขาหมดความอดทนแล