กุ้ยซูหาใช่ความลับไม่ ยิ่งเมื่อบัดนี้เขากลายเป็นขุนนางผู้มีความชอบในการก่อตั้งแผ่นดินใหม่ ยิ่งกระทำตนหยิ่งผยอง ไม่เกรงฟ้าดิน ภายในไม่กี่วันก็สร้างเรื่องอาศัยอำนาจรังแกผู้อื่นเสียจนชื่อกระฉ่อนไปทั่วเมืองหลวงแล้วท่านโหวเซ่ออันแม้จะไม่พอใจในตัวกุ้ยซูอยู่บ้าง แต่ด้วยกุ้ยซูมีผลงานความชอบ ยามนี้ไม่อาจลงโทษได้ หากทำเช่นนั้น ก่อนที่ตนจะขึ้นครองบัลลังก์ก็จักถูกผู้คนประณามว่าทรยศต่อสหาย รังแกผู้มีบุญคุณ อีกทั้งยังทำให้เหล่าแม่ทัพนายกองผู้มีชัยชนะต่างสิ้นศรัทธาในตนดังนั้นเขาจึงจำต้องกดความไม่พอใจเอาไว้ชั่วคราว รอจนราชวงศ์ใหม่ตั้งมั่นมั่งคงแล้ว จึงคิดจัดการกุ้ยซูภายหลังต้วนหลิงย่อมคาดเดาความคิดของท่านโหวเซ่ออันได้ แต่สำหรับเขาแล้ว ความคิดพวกนั้นหาได้สำคัญไม่ ครั้นมาถึงหอหลิงหลง เขาก็ตรงขึ้นไปยังชั้นสี่ เดินลึกเข้าไปจนสุดระเบียงหน้าห้องหรูหราห้องสุดท้ายเขามิได้บุ่มบ่ามเข้าไป แต่ยกมือเคาะบานประตูหนึ่งที“ใครกัน? ไสหัวไปให้พ้นตาข้า!” เสียงหงุดหงิดดังออกมาจากด้านในต้วนหลิงเอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงสงบ “ข้าคือเจ้าของหอหลิงหลง ได้ยินว่าท่านแม่ทัพกุ้ยมาถึงที่นี่ จึงใคร่ขอพบหน้ามิทราบจะสะดวกหรือไม่?”กุ้ยซูที่กำลังนั่งดื่มสุราด้วยความขุ่นเคือง ยกคิ้วขึ้นทันที นึกว่าเป็นผู้ใดที่อยากมาเอาใจตน “เจ้าของหอหลิงหลงหรือ? เข้ามาเถิด”ต้วนหลิงผลักประตูเข้ามากุ้ยซูเพ่งตามอง พริบตาเดียวก็จำได้ว่าเป็นต้วนหลิง บุตรชายคนรองแ