ยเรียบร้อย แล้วขึ้นเตียงนอนแนบกายโอบเอวหลินถิงไว้ ซุกหน้าลงที่ซอกคออุ่นนุ่มหลินถิงพลันสะลึมสะลือตื่นขึ้น ลูบตาเบาๆ แล้วชะโงกศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าครึ้มหม่น“ยามใดแล้วหรือ?” เดิมทีเมื่อต้วนหลิงออกไป นางเพียงตั้งใจจะนอนพักครึ่งชั่วยาม ทว่าตอนนี้ดูเหมือนหลับเลยไปเสียแล้วต้วนหลิงดึงนางกลับมากอดแนบเตียง “ยังเช้าอยู่ นอนต่อเถิด”*****กาลเวลาเคลื่อนคล้อยรวดเร็ว ในความรู้สึกของหลินถิง เพียงชั่วพริบตาก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา ต้วนซินหนิงยังคงมิได้ตอบรับหมั้นหมายกับเซี่ยจื่อม่อ กระทั่งคลอดบุตรสาวในปลายฤดูวสันต์ทารกน้อยแรกเกิดเล็กนัก จนหลินถิงไม่รู้ควรอุ้มเช่นไร เกรงจะพลั้งทำตก ต้องให้หลี่จิงชิวรับไปสาธิตให้นางดูอยู่หลายครา นางจึงค่อยอุ้มได้ถูกต้องนับแต่นั้นมา ครั้นต้วนซินหนิงคลอดบุตรแล้ว หลินถิงก็หาโอกาสไปเยี่ยมที่เรือนบ่อยครั้ง มักจะขออุ้มเด็กน้อยทุกครั้งที่มีว่างถึงสองเดือนผ่านไป นางก็ยังไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักคราไม่รู้เหตุใด ทารกน้อยกลับมีกลิ่นหอมหวานประหลาด คล้ายขนมก้อนเล็กน่าลิ้มรส หอมละมุนแต่ไม่เลี่ยน เป็นกลิ่นที่ผู้ใหญ่ย่อมไม่มี หลินถิงช่างโปรดปรานกลิ่นนั้นยิ่งนักครั้นยามเด็กน้อยมิได้ร้องไห้ ก็ช่างน่าเอ็นดูราวกับตุ๊กตาน้อย ใครเห็นก็ต้องหลงรัก ทว่าครั้นร้องจ้า หลินถิงกลับรับมือมิไหว จำต้องรีบส่งตัวคืนเข้าสู่อ้อมแขนต้วนหลิงทุกครั้งไปทว่าในอ้อมแขนของต้วนหลิง เด็กน้อยก็ยัง