มิหยุดร้องไห้ หลินถิงถึงกับจนปัญญา นางพยายามกล่อมเบาๆ ว่า“อย่าร้องเลยนะ”คำพูดนั้นกลับทำให้เด็กน้อย “แง๊” ออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ฟังแล้วช่างน่าสงสารนักหลินถิง “……” หากไม่ใช่ว่าต้วนซินหนิงกำลังหลับพักผ่อนอยู่ในห้องด้านใน นางคงยัดลูกคืนให้มารดาไปแล้วแล้วปัดชายเสื้อเดินหนีทันทีนางโน้มหน้าลงกระซิบใกล้หูเด็กน้อยว่า “หากเจ้ายังร้องอีก ครั้นเจ้าโตขึ้นมา ข้าจะจับตีให้เข็ด ถึงตอนนั้นต่อให้มารดาเจ้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้”กระนั้นเด็กน้อยก็ยังสะอื้นฮักไม่หยุด มือเล็กๆ ขยับไปมา ราวกับกำลังค้นหามารดาหลินถิงจนใจนัก เด็กน้อยเพียงเท่านี้ ตีไม่ได้ ดุไม่ได้ นางจึงหันไปมองต้วนหลิง “ท่านลองกล่อมดูสิ”ต้วนหลิงไม่สะทกสะท้านต่อเสียงร้องไห้ เพียงแต่ท่าทางอุ้มเด็กดูแข็งกระด้างแปลกตา เขาชินกับการกำดาบสังหาร หรือใช้เครื่องทรมานต่อผู้ร้าย หาเคยชินกับการอุ้มเด็กอันใดไม่“ข้า?”หลินถิงยิ้มแห้งๆ “ข้าลองกล่อมแล้ว ไม่ได้ผล ยังร้องอยู่ดี ครานี้ให้ท่านลองเถิด”แม่นมที่อยู่ข้างๆ ทนดูมิได้ ใจอ่อนสงสารเด็กที่ร้องไม่หยุด “ฮูหยินรอง คุณชายรอง… ปล่อยให้บ่าวลองเถิดเจ้าค่ะ”หลินถิงแทบลืมไปว่ามีแม่นมอยู่ รีบส่งเด็กให้นางทันที แล้วก็คว้าแขนต้วนหลิงหนีออกไปอย่างว่องไว****ขึ้นเดือนห้า หลินถิงกับต้วนหลิงออกจากเมืองหลวง มุ่งสู่เจียงหนานโดยเรือตลอดทางทั้งสองนั่งทั้งเรือใหญ่เรือเล็กจนทั่ว ครั้นวันแรกที่ถึงเจียงหนาน ฟ้าก็โปรยละอองฝนบางเบาตามส