หาโอกาสเชิญเขามารับประทานอาหารฝีมือท่านแม่ด้วยตนเองเพียงแต่บัดนี้จินอันไจ้ไม่มีเวลามาหาที่จวนต้วน กลับเป็นเซี่ยจื่อม่อผู้ที่หลินถิงไม่อยากเห็นหน้า คอยหอบถือของบำรุงครรภ์มาหาต้วนซินหนิงอยู่เป็นระยะ ทั้งยังถือโอกาสแวะมาคารวะเฝิงฮูหยินและท่านต้วนผู้เฒ่าไปพร้อมกันเห็นได้ชัดว่าเซี่ยจื่อม่อคิดจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับต้วนซินหนิงให้สำเร็จก่อนที่บุตรจะถือกำเนิด หลินถิงเลือกใช้วิธี “ตาไม่เห็น ใจไม่ระคาย” ทุกครั้งที่เขามา นางก็จะไปนั่งอยู่ในเรือน กินเมล็ดแตงโม ดื่มชา ไม่ยอมออกไปให้เห็นหน้าทว่าไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นในใจนั้น ช่างร้อนแรงราวเพลิงที่มิอาจดับได้เสียที นางกลัวเหลือเกินว่าต้วนซินหนิงอาจถูกหว่านล้อมด้วยถ้อยคำอันหวานหูของเซี่ยจื่อม่อเข้าอีกครั้ง แล้วพลันใจอ่อนยกโทษให้เขาท้ายที่สุด หลินถิงก็อดรนทนไม่ไหว แอบส่ง “เจ้านักสืบตัวน้อย” เถาจูออกไปสืบข่าวว่าทั้งสองได้พบเจอกันหรือไม่ไม่คาดคิดเลยว่าต้วนซินหนิงกลับมิได้พบหน้าเขา ซ้ำยังสั่งให้บ่าวรับใช้โยนของบำรุงที่เขานำมาให้ออกไปเสียด้วยต้วนซินหนิงยังให้สาวใช้ไปบอกกับเซี่ยจื่อม่อว่า นางใช้เวลาหลายเดือนมานี้ขบคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เรื่องการแต่งงานขอยุติลงเพียงเท่านี้ บุตรในครรภ์เป็นของนางผู้เดียว นับแต่นี้ไปหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอีกไม่เฝิงฮูหยินและท่านต้วนผู้เฒ่าหาได้ขัดข้อง เพียงยอมตามใจบุตรสาว ทั้งยังเห็นว่าสกุลต้วนฐานะมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ มี