ก็ได้มันแล้ว ไม่ต่างอันใดหรอก”ต้วนหลิงเพ่งมองถ้อยคำบนผ้าแดงอธิษฐาน พลันชะงักเล็กน้อย “เจ้าลงชื่อข้า?”บนผ้าแดงเขียนไว้ว่า ขอให้ต้วนหลิง ต้วนจื่ออวี่ สมหวังดั่งปรารถนา“สมหวังดั่งปรารถนา…” เขาเงียบงัน ทวนถ้อยคำอยู่ในใจหลินถิงเอื้อมมือเกาหัวจมูกเบาๆ “ห้ามเขียนชื่อท่านหรือ?”ครั้งก่อนที่นางไปวัดกับหลี่จิงชิว เคยเขียนอธิษฐานเผื่อมารดาแล้ว ครานี้จึงตั้งใจมอบโอกาสให้ต้วนหลิง“เหตุใดเจ้าถึงเลือกเขียนชื่อข้า?”“ก็แค่อยากเขียนก็เขียนเท่านั้น” นางเบี่ยงสายตาหลีกเลี่ยง แล้วรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง “ข้างนอกลมหนาวนัก เรารีบกลับเข้าห้องเถิด”หนาวเหน็บเช่นนี้ ได้ชำระกายด้วยน้ำร้อนย่อมสุขใจที่สุด หลินถิงกลับถึงห้องก็สั่งให้เตรียมน้ำอาบ เมื่อกำลังเช็ดตัวอยู่ครึ่งทาง จู่ๆ ร่างสูงด้านหลังกลับโน้มตัวลงมา ริมฝีปากเย็นเยียบไล้ผ่านซอกคอและติ่งหู ก่อนจะกดจูบซ้ำบนริมฝีปากของนางลมหายใจพันผูกกันแนบแน่น เสียงหอบสลับประสาน ต้วนหลิงราวกับต้องการยืนยันทุกขณะว่านางยังมีลมหายใจอยู่ มิได้หายไปอีกคราผ้าเช็ดกายที่หลินถิงกำลังถือพลันหลุดมือ ร่วงลงในอ่างอาบน้ำ เกิดเสียงปะทะ น้ำกระเซ็นกระจาย ละอองน้ำกระเด็นเปียกเสื้อชั้นในสีขาวเพียงชิ้นเดียวบนร่างเขา บางหยดไหลลงกระทบเปลือกตาและขนตา ก่อนร่วงลงตรงกระดูกไหปลาร้านาง ทำเอาหัวใจหลินถิงสั่นสะท้าน ปลายนิ้วถึงกับกำขอบอ่างไว้แน่นต้วนหลิงเอียงหน้า กัดเบาๆ บนแก้มที่แดงช้ำด้วยไอร้อนจากน้ำ ก่อ