่ตรงหน้า พลันยื่นมือไปกอบกุมชายกระโปรงที่หย่อนลงบนเบาะรถอย่างเงียบงันหลินถิงกลัวตนเองจะทำจดหมายสูญหาย จึงรีบพยายามท่องจำข้อความทั้งหมด และยังดึงต้วนหลิงให้ช่วยจำด้วยกัน เกรงว่าตนจะจำคลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไปแม้สักคำด้วยสติปัญญาอันหลักแหลม นางเพียงไม่นานก็ท่องจำได้ครบถ้วน แต่ก็ยังคงทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งก้าวเท้าเข้าสู่จวนสกุลต้วนจึงหยุดลงหลินถิงเร่งฝีเท้าเข้าไป “เราควรไปบอกท่านแม่ดีหรือไม่?”ต้วนหลิงเพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ไว้วันหลังเถิด มิสายเกินไป”หลินถิงจึงคลายความตื่นเต้นลงบ้าง พยักหน้า “ก็ดี เช่นนั้นแล้วแต่ท่าน วันหลังค่อยว่ากันเถิด กลับห้องกันก่อน”ระหว่างทางเดินกลับ พวกเขาผ่านใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยผ้าแดงแขวนขอพร ต้วนหลิงหยุดยืนมองหลินถิงเดินล้ำไปสองก้าว เห็นเขาไม่ตามมาจึงวกกลับมา ยืนเคียงข้าง “ท่านคิดจะเอาผ้าแดงเหล่านี้ออกหมดหรือ?”สีแดงพลันสะท้อนเข้าดวงตาของต้วนหลิง เขาส่ายศีรษะช้าๆ “มิใช่… เพียงแต่ไม่กี่วันก่อน ข้าอยากหาผ้าแดงที่เจ้าเขียนขอพรไว้ แต่หามิพบเลย”เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ ภาพต้วนหลิงยามค่ำคืนหลังฝนตก วิ่งออกมาตามหาผ้าแดงอย่างสิ้นหวังก็ผุดขึ้นในใจหลินถิงนางรีบปีนขึ้นต้นไม้ ค้นหาและหยิบผ้าแดงที่ตนเคยเขียนไว้ส่งให้เขา “นี่อย่างไรเล่า”ต้วนหลิงรับมา ลูบไล้อย่างแผ่วเบาให้เรียบตรง“เจ้าเพียงขึ้นไปก็หาพบ ข้ากลับตามหาทั้งคืน ยังไม่เห็นเงาเลย”หลินถิงหัวเราะเบาๆ “แต่บัดนี้ท่าน