เบื้องหน้าคือม้วนภาพวาดที่ถูกมัดเก็บไว้ต้วนหลิงรับม้วนภาพจากมือจินอันไจ้ ค่อยๆ คลายเชือกผ้าไหมสีแดงที่ผูกอยู่ คลี่ออกดูด้วยความเงียบงันจินอันไจ้เองก็ไม่เคยลอบเปิดดูมาก่อน ครานี้เห็นต้วนหลิงไม่แยแสว่าเขาจะมองหรือไม่ จึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบตาดูด้วยบนภาพมีบุรุษสตรีสองคน นางคือหลินถิง ส่วนเขาคือต้วนหลิง วาดเป็นภาพนางโอบกอดเขาไว้ แถบผ้าไหมสีแดงพันรอบบ่าของเขา ชายกระโปรงของนางแนบชิดกับชายเสื้อของเขาเมื่อเห็นว่ามีภาพของต้วนหลิง จินอันไจ้ก็หันไปมองเขาโดยไม่รู้ตัว ทว่าต้วนหลิงหาได้สนใจไม่ สายตาแน่วแน่ไม่ละไปจากภาพนั้นแม้แต่น้อย ฝีมือวาดของหลินถิงยังคงหยาบกร้านดังเคย เสื้อผ้าและรายละเอียดอื่นเพียงขีดเขียนอย่างลวกๆ ให้เห็นโครงร่าง ทว่ามีเพียงใบหน้าของทั้งสองที่ชัดเจนที่สุดเขายกมือแตะอย่างแผ่วเบาบนแก้มของหลินถิงในภาพ แล้วทอดสายตาไปยังมุมขวา ที่นั่นมีอักษรเล็กๆ เขียนไว้ว่า“นี่คือภาพแรก ลองเดาดูสิว่าข้ากอดท่านด้วยเหตุใด คำตอบอยู่ในภาพถัดไป”จินอันไจ้เห็นข้อความนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า เหตุใดนางจึงทำตัวเหมือนเด็ก เล่นกลให้คนเดาเช่นนี้ นับว่าเหลวไหลนักต้วนหลิงม้วนภาพเก็บ พลันเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ “แล้วภาพถัดไปอยู่ที่ใด?”จินอันไจ้เหลือบตาไปทางโรงพิธีศพ แสงพราวสีขาวจากผืนธงงานศพแทงเข้าตา จนต้องหันหน้าหลีกไป “หลินเล่ออวิ๋นสั่งให้ข้านำมามอบให้ท่านในวันพรุ่งนี้ วันนี้นางมิให้ข้านำมา”เขาก้มหน้ามองเชือกแดงใ