นมือ ค่อยๆ มัดกลับรอบม้วนภาพ ผูกปมอย่างที่หลินถิงเคยทำไว้ ปลายเชือกห้อยลงทั้งสองข้าง “เหตุใดต้องรอถึงวันพรุ่งนี้จึงให้?”จินอันไจ้เม้มริมฝีปาก “ข้าไม่รู้ นางมิได้บอก เพียงกำชับให้ทำเช่นนี้”แท้จริงแล้ว หลินถิงเคยกำชับเขาไว้ หากวันใดนางเป็นอะไรไป ให้ส่งภาพวาดเหล่านี้แก่ต้วนหลิงทีละม้วน วันละม้วน จนถึงครบเจ็ดวันแรกหลังจากนางสิ้นลมต้วนหลิงก้มหน้าครุ่นคิด ขนตายาวปกปิดอารมณ์ในดวงตา “ทั้งหมดมีกี่ภาพ?”จินอันไจ้ไม่ปิดบัง “หกภาพ เริ่มจากวันที่สองหลังนางตาย วันละภาพ จนถึงคืนที่เจ็ด”หลินถิงมิได้ทิ้งสิ่งของไว้ให้เขาเพียงผู้เดียว ยังมีของฝากไว้แก่สตรีผู้เป็นมารดาอย่างหลี่จิงชิว รวมทั้งต้วนซินหนิงและเถาจูด้วยจินอันไจ้ได้แต่คิดในใจ หรือว่าชาติปางก่อนเขาเป็นหนี้บุญคุณหลินถิง ถึงได้ต้องมาลำบากเช่นนี้ แม้นางตายไปแล้ว ยังมิปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบความจริงแล้วสิ่งที่หลินถิงฝากไว้ให้เขา มีเพียงจดหมายหนึ่งฉบับเท่านั้น ในนั้นมีตัวอักษรเพียงไม่กี่คำ“ลำบากเจ้าด้วย ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า อีกทั้ง…อย่าได้เศร้าโศก จงใช้ท่าทีดุดันเช่นในยามโต้เถียงกับข้าออกมาเถิด”เศร้าโศกหรือ? เขาย่อมมิอาจเศร้าโศกเพื่อนางผู้นี้…สตรีไร้หัวใจเพียงนั้น แม้ยามสิ้นลมหายใจ ยังทำได้กระทั่งแยกแยะเขาออกจากผู้อื่นอย่างเลือดเย็น เมื่อวานจินอันไจ้อ่านจดหมายนั้น เกือบจะฉีกทิ้งไปเสียแล้ว หากนางเขียนเพิ่มอีกเพียงสองสามคำก็ยังดี…ทว่าความจริงคือ นาง